น้ำเป็นของเหลวที่ใครๆก็รู้กันดีว่าสามารถเปลี่ยนรูปทรงตามแต่ตาเราจะมองเห็นได้ไปตามภาชนะที่รองรับ ดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกที่เราอาศัยอยู่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงสามในสี่ส่วน ในประเทศไทยที่เราอาศัยเกิดมีน้ำมากมายจนเคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก หลังจากอสุจิที่แข็งแรงที่สุดบุกทะลายรังไข่ได้เราก็อาศัยฟักตัวเป็นตัวเป็นตนอยู่ในน้ำที่เรียกว่าน้ำคร่ำ ในร่างกายของคนเราก็ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%ของร่างกายทั้งหมด
คนป่วยในละครหลังข่าวที่หลับไปนานพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ร้องว่าขอน้ำ กินข้าวเสร็จก็ต้องกินน้ำ ชงกาแฟก็ต้องต้มน้ำ ตัวเหม็นก็ต้องอาบน้ำ อยากปล่อยข้าวเม่าก็ต้องใช้น้ำ เปลี่ยวใจก็อยากจะกอดน้องน้ำ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรๆเราก็เรียกหาน้ำ
แต่มาวันนี้ประเทศไทย เมืองที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ฟังดูอุดมสมบูรณ์น่าอิจฉายิ่งนัก เกิดปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนไทยค่อนประเทศ ไม่ต้องการน้ำ
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็จริงอยู่ แต่ถ้าอะไรที่มันมีมากจนเกินไปเราก็อยากจะขจัดมันออกไปซะให้พ้นๆ เหมือนกันกับปอยที่อยากจะกำจัดพี่น้ำที่มาเยี่ยมบ้านไม่ยอมจากไปซะที อยากจะบอกให้แกรีบไปด้วยเห็นว่าแกก็มานานแล้ว ปอยจมอยู่กับน้ำมานานแรมเดือน จนเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำอย่างไม่เครียดเพราะว่าความเครียดและความวิตกกังวล จะส่งผลให้เกิดไขมันในร่างกายได้ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะทำให้ไตทำงานหนัก
ลำพังแค่น้ำท่วมบ้านก็แย่พอตัวอยู่แล้วฉะนั้นเราอย่าชี้ช่องให้ความเจ็บป่วยเข้ามากล้ำกรายเราได้ง่ายๆเลยจะดีกว่า
ปอยดูข่าวทางโทรทัศน์ซึ่งสมัยนี้นิยมให้ผู้ชมทางบ้านส่ง sms เข้าไปร่วมสนุกและไม่สนุกกับทางรายการ sms ช่วงนี้คงไม่มีเรื่องอะไรให้พูดคุยกันนอกจากเรื่องน้ำ และ sms ข้อความที่ปอยอ่านเห็นบ่อยที่สุดก็คือข้อความที่บอกว่า “หมู่บ้าน123น้ำท่วมถึง456แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลเลย ขอความช่วยเหลือด่วน” ส่ง smsได้แสดงว่ายังมีไฟฟ้าใช้ มีโทรทัศน์ดูสะดวกพอตัวขนาดนี้ทำไมไม่รู้จักที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อนนะ ปอยละไม่เข้าใจ
ปอยนั่งอ่านไปแล้วก็ตอบข้อความของคนเหล่านั้นไปทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางที่เจ้าของข้อความจะได้ยินว่า “ของกูท่วมเยอะกว่ามึงอีก” คุณยายที่อยู่บนหลังคาในซอยพหลโยธิน 48 ซอยเดียวกับบ้านแม่ปอยก็ท่วมเยอะกว่าไม่เห็นยายจะส่ง sms หาใครเลย
พี่น้องจังหวัดอื่นๆหรือโดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานีที่ปอยตั้งใจมาเป็นสมาชิก บางบ้านเหลือแต่หลังคาหนักกว่าคนใน sms ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า บางข้อความบอกว่าลำบากมากไม่มีหน่วยงานไหนมาดูแลท่วมถึงเข่าแล้วปอยอยากจะตะโกนให้เจ้าของข้อความได้ยินว่า ของกูมิดหัวแล้วว๊อยท่วมมาก่อนมึงตั้งนานยังไม่บ่นเลย ดูซิเจ้าของข้อความจะบอกว่าตัวเองลำบากได้ลงอีกไหม
อะไรกันเป็นผู้ประสบภัยน้องใหม่แท้ๆโวยวายกว่าคนที่เขาเจอมาเป็นเดือนๆซะอีก
จะว่าไปเรื่องคนรอความช่วยเหลือกับคนที่บากบั่นเข้าไปให้ความช่วยเหลือมันก็น่าเห็นใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายนะคะแต่ฝ่ายหลังนี่ฟังดูจะน่าเห็นใจมากกว่า ปอยเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยที่พี่น้ำมาหาด้วยความสูงที่ 1.50เมตรไอ้ความเห็นใจที่มีต่อผู้ประสบภัยด้วยกันไม่ต้องบอกก็ต้องรู้กันได้ว่าปอยต้องเห็นใจมากอยู่แล้ว เพราะตัวปอยเองก็ลำบากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร
ปอยเป็นผู้ประสบภัยที่ยึดพื้นที่อย่างมั่นคงไม่ย้ายไปไหน ก็นี่มันบ้านเราจะให้เราไปไหนได้ล่ะ เมื่อรักที่จะอยู่เราก็ต้องรับได้กับการขาดการติดต่อจากโลกภายนอกหรือติดต่อได้ก็คงต้องเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น และเตรียมพร้อมสำหรับการดูแลตัวเอง อย่าลืมนะคะว่าไม่ใช่มีเพียงแต่เราเท่านั้นที่ลำบากอยู่ คนอีกเป็นพันเป็นแสนที่เขาเป็นเหมือนเราและมากกว่าเรา ฉะนั้นจะเรียกร้องอะไรปอยว่าน่าจะคิดกันสักนิดว่าในเมื่อยังอ้าปากบ่นได้แขนขาที่มีอยู่ก็น่าจะพาตัวเองไปพบกับความรอดได้เหมือนกัน
ปอยเห็นใจคนที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยซะมากกว่า ลองคิดดูจริงๆนะคะไม่ต้องคิดเล่นๆกันละ เขาเหล่านั้นต้องขนข้าวของมามากมายเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้เดือดร้อนที่ไม่สามารถออกไปไหนได้และถึงออกได้ก็ไม่ยอมออก ขึ้นรถต่อเรือไม่รู้กี่ทอดต่อกี่ทอดกว่าจะมาถึงสถานที่แต่ละแห่ง ออกเดินทางกันแต่เช้าและกลับกันไปในเวลาเลยเย็น เขามาพร้อมจิตอาสาที่ยินดีจะช่วยเหลือเหนื่อยไม่เหนื่อยเปล่ายังโดนด่าอีก เพราะคนคอยกับคนมาอารมณ์มันไม่เหมือนกัน “แจกแต่ท้ายซอยปากซอยไม่เห็นได้เลย” เขาเอามาให้ก็ดีแค่ไหนแล้วยังจะปากมากไปโวยวายเขาอีก
ทำไมปอยเห็นใจบรรดาจิตอาสามากกว่า ลองคิดว่าถ้าคุณต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ดูสิคะมาช่วยมันแท้ๆพ่อแม่ก็ไม่ใช่ยังจะมามีเสียงกันอีก โธ่ถัง…
แต่เมื่อเกิดเรื่องขาดๆเกินๆขึ้นกับชีวิตแล้วเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับมันให้ได้อย่างมีความสุขถึงแม้ว่าจริงๆแล้วมันจะไม่สุขสักเท่าไหร่ก็ตามทีเถอะ ในซอยเดียวกันกับปอยมีสองตายายคู่หนึ่งแกเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำอย่างมีความสุข จริงๆแล้วอายุอานามของสองผัวเมียคู่นี้ยังไม่ถึงกับขั้นที่ปอยจะเรียกว่าตา-ยายได้หรอกนะคะ
ถ้าจะให้อาวุโสกว่าปอยก็เป็นได้แค่เพียงลุงกับป้า ช่วงแรกๆที่ปอยย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆสองผัวเมียคู่นี้ก็เป็นลุงกับป้าอยู่ตามพ.ศ.กระดูกของแกนั่นแหละ แต่พอวันหนึ่งที่ฝ่ายเมียเกิดเป็นอัมพฤกษ์เดินๆอยู่ก็ล้มแผละเหมือนโดนเด็ดกระดูกทิ้ง ครั้นพอรักษาตัวเกือบจะหายจนพอจะเขยกเดินได้กับเขาบ้างถึงจะลำบากลำบนที่ต้องคอยใช้ไม้เท้าแถมมืออีกข้างก็ต้องคอยยกไว้ให้สูงๆ ก็ยังดีกว่าที่จะเดินไม่ได้เลยเหมือนแต่ก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงตามมาก็คือคุณป้าอัมคนนี้แกเปลี่ยนการเรียกตัวเองจากป้ามาเป็นยาย? อะไรว๊า
ปอยงงเท่าที่คนสติดีดีคนหนึ่งจะงงได้ ทำไมหายป่วยแล้วก็เกิดอยากแก่ขึ้นมาซะล่ะ เอ้าจะเอาอย่างนั้นก็ได้ยายก็ยายวะ ปอยเรียกสองผัวเมียคู่นี้ว่า ตา-ยาย ตามที่เจ้าตัวปรารถนาอยากแก่กว่าวัยกันนักปอยก็จะสนองให้ เขาว่ากันว่าอะไรที่มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงเรานักถ้ามันพอจะทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกดีได้ก็จงทำไปเถอะถ้าเป็นยายแล้วรู้สึกดีปอยก็จะยอมให้แม่ปอยเป็นลูกของคนที่อายุน้อยกว่าหรืออาจจะเท่ากันสักครั้งหนึ่ง แม่ปอยคงจะยินดี
ตา-ยายคู่นี้อยู่สู้กับน้ำกันแค่สองคนผัวเมีย ข้างบ้านเล่าว่าลูกสาวที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเมื่อครั้งน้ำยังไม่ท่วม เกิดมีปากเสียงกับพ่อของตัวเองพอน้ำท่วมก็อพยพไปเพียงลำพังปล่อยพ่อที่แก่แล้วกับแม่ที่เป็นอัมพฤกษ์ผจญกับน้ำท่วมกันไปไม่มาดูดำดูดี น่าสรรเสริญซะจริง
สองตา-ยายที่แก่ก่อนวัยมีอาชีพขายเฉาก๊วยแก้ร้อนใน แต่เมื่อน้ำท่วมแบบนี้เฉาก๊วยที่มีก็ยังแก้ร้อนใจให้ตัวเองไม่ค่อยจะได้ มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ดัดแปลงเพื่อเป็นรถขายเฉาก๊วย จอดนิ่งสนิทอยู่ภายในบ้าน เฮ้อเมื่อไหร่จะได้ขายน๊อ ปอยเดาเอาเองว่าแกคงจะบ่นทำนองนี้ออกมาบ้างละ เพราะเป็นปอยๆจะบ่นแน่ๆ คนเรานะคะเคยทำงานทุกวันๆอยู่ๆจะให้มาอยู่นิ่งๆนั่งมองหน้าเมียไปวันๆมันจะได้ซะที่ไหน มันให้มีการต้องเบื่อกันบ้างไม่มากก็น้อย
ตอนที่ปอยลุยน้ำออกไปตลาดไทยปอยยังลอบมองเห็นสายตาที่ส่อแววอิจฉาของแกอยู่ลับๆ ตาจะต้องนึกอิจฉาปอยแน่ๆที่ปอยได้ออกจากบ้านซะมั่งถึงปอยจะเปียกไปทั้งตัวก็เถอะ สองวันต่อมาความคิดของปอยก็ออกจะมีเค้าอยู่สักหน่อย ตาแต่งตัวแต่เช้าปอยตะโกนถามว่าไปไหนล่ะตาแกว่าแกจะไปตลาดไท นั่นไงเห็นไหมปอยว่าแล้วไม่มีผิดแกอยากออกไปดูน้ำท่วมภายนอกมากกว่านั่งมองน้ำท่วมอยู่หน้าบ้านจะว่าตาอยากได้ของกินอื่นๆเพิ่มเติมก็ไม่เห็นจะถูกนัก เพราะตาเพิ่งฝากเงินให้ปอยไปซื้อน้ำพริกและหมูหยองมาให้หยกๆ มันต้องเป็นอย่างที่ปอยคิดไม่ผิดละ
เกิดเป็นคนกับเขาทั้งทีจะให้มานั่งงอมืองอเท้าอยู่กับบ้านรอคอยความช่วยเหลือแต่ฝ่ายเดียวปอยว่าไม่ค่อยจะถูกนักโดยเฉพาะพ่อค้าเฉาก๊วยที่ตะลอนขายของมาทุกวันๆแบบตา
ความดิ้นรนในการช่วยเหลือตัวเองของตายังไม่จบแค่นั้นเมื่อพี่น้ำไม่ยอมลดราวาศอกสักที ถึงจะลดพี่แกก็ลดแบบไม่เต็มใจนัก ขามาแกมาทีละศอกสองศอก ขาไปแกไปทีละเซ็นสองเซ็นมันน่าเจ็บใจไหมล่ะ ตาก็คงจะเจ็บใจไม่แพ้ปอยโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วแกเป็นพ่อค้า เมื่อเงินที่มีอยู่อย่างน้อยนิดเริ่มหมดไปแล้วปอยก็ไม่เห็นว่าแกจะมีญาติพี่น้องที่ไหนบุกป่าฝ่าน้ำเข้ามาดูดำดูดี เพื่อนบ้านที่มีอยู่หรือก็กำลังร่วมชะตาเดียวกันอยู่ ตาจำต้องคิดทางช่วยเหลือตัวเองโดยการทำเฉาก๊วยออกไปขายหน้าหมู่บ้าน ฮ่าฮ่า…
จากที่ตาเคยทำเฉาก๊วยใส่ถ้วยเคลือบสีขาวขอบน้ำเงินที่เราเคยเห็นกันดาษดื่น เฉาก๊วยถ้วยละ10บาท ตาเปลี่ยนแผนสู้วิกฤตโดยการทำเฉาก๊วยใส่กระป๋อง ขึ้นแพของเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามโดยการว่าจ้างให้ลากแกไปส่งและรอรับกลับ หน้าหมู่บ้านมีคนที่เดินลุยน้ำเข้าๆออกๆเพื่ออพยพบ้าง เข้ามาดูบ้านบ้าง หาซื้อของกินอื่นนอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋องบ้าง เดินลุยน้ำมันเหนื่อยนะคะกินแรงกันน่าดูปอยเคยแล้วตอนที่น้ำท่วมได้3วัน ตอนนั้นหน้าบ้านยังอยู่แค่ระดับเอว และถนนยังอยู่ที่ระดับครึ่งน่อง ปอยเดินลุยออกจากบ้านเพื่อไปหมู่บ้านวรารักษ์ หลังจากทราบข่าวว่าหมู่บ้านนี้แห้งสนิท
ชักขวนกันกับเพื่อนบ้านว่าเราจะไปหาซื้อถ่านหุงข้าวมาไว้เพราะถ้าแก๊ซหมดเราคงอดตายกันแน่ๆ เดินไปด้วยความไม่ประมาณตนเองโดยแท้ พฤกษา13กับวรารักษ์ อยู่ห่างกันเท่า2หมาแม๊ว ปอยแทบอยากจะกลั้นใจตายซะให้ได้ลำพังเดินธรรมดาๆปอยว่าอาจจะพอไหวแต่เดินลุยน้ำด้วยนี่ ขอบอกว่ามันไม่ไหวจริงๆ ลุยน้ำออกจากบ้านตั้งแค่ 9โมงเช้ากว่าจะกลับถึงบ้านอีกทีก็4โมงเย็น แม่เว๊ย..เพราะฉะนั้นการที่ตาจะออกไปขายเฉาก๊วยปอยว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ข่าวที่น่ายินดีเกี่ยวกับตายายคู่นี้คือ ตาขายเฉาก๊วยหมดทุกวันทำให้ยายมีเงินไว้ซื้อโปรตีนและเส้นใยอาหารเข้าสู่ร่างกาย วิกฤตแบบนี้แน่นอนค่ะที่ไม่มีใครอยากจะให้มันเกิดแต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วเราจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับและปรับตัวที่จะอยู่กับมันให้ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องยิ้มรับกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะความกลัว และจิตใจที่ขุ่นมัวจะทำให้ร่างกายผลิตไขมันขึ้นมาและเป็นไขมันฝ่ายร้ายซะด้วยแถมยังส่งผลให้ไตทำงานหนักแล้วเรื่องอะไรเราจะยอมให้ผู้ร้ายเข้ามาอยู่กับเราง่ายๆ จริงไหม