ตุ๊กตาล้มลุก

2009
06.11

ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ บริเวณปากซอยทองหล่อ
ปอยอลินเดินอย่างรีบเร่ง โบกวินมอเตอร์ไซค์

” ไปทองหล่อซอย 10ค่ะ อรีน่าเท็น”

ปอยต้องไปประชุมกับลูกค้า ที่ไซด์งานอรีน่าเท็น สนามฟุตซอลที่กำลังจะเปิดใหม่ปลายเดือนนี้ ปอยรับทำเกี่ยวกับงานตกแต่งภายใน บางส่วนของที่นี่ ….
ปอยใช้เวลาเดินทาง 3ชั่วโมง เพื่อจะไปตอบคำถามลูกค้าว่า
ปอยใช้แมททีเรียลยี่ห้ออะไร อายุการใช้งานกี่ปี อยากจะมีลวดลายที่บานประตู ทำไงดี สุดท้าย ลดราคาได้เท่าไหร่ครับ

ทั้งหมดใช้เวลา ครึ่งชั่วโมง

ขณะที่ปอยกำลังเดินทางกลับ ปอยหิวค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยวไก่มะระซะหน่อยท่าจะดี
เดินไปเรื่อยๆทางนี้ จะมีก๋วยเตี๋ยวไก่เจ้าอร่อยตั้งอยู่ ขายมานาน
เคยกินมาตั้งแต่สมัยทำงานในซอยนี้ ……..

แต่เอ๊ะ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เจ้าเดิมที่เคยกิน มันหายไปไหนฟร๊ะ เลิกขายแล้วเหรอ
ร้านนี้มาขายแทนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เอาโต๊ะมาตั้ง แล้วเราจะนั่งกินยังไง
ลองเดินไปข้างหน้าอีกสักหน่อย..ปอยก็ถึงบางอ้อว่า

โธ่เอ๊ย ตรูเดินผิดทาง จะออกเอกมัยอยู่แล้วเชียว
โมโหตัวเอง หันหลังกลับอย่างเร็วไว..หิวๆๆ พลันก็มีผู้ชายวัยกลางคน สวมเชิร์ทแขนยาวสีฟ้าอ่อน กางเกงสแลคสีดำ ใส่รองเท้าแตะ ไม่ยอมหวีผม เดินมาหาแล้วพูดว่า

“น้องครับ ขอตังค์20สิ หิวข้าวจังเลย ตกงานมานานแล้วเนี่ย”
“ตกงาน”
ปอยทวนคำว่าตกงานของเค้า แล้วยืนมองเค้านิ่งๆ ตัวเค้ามีกลิ่นละมุดเน่าโชยออกมา
ปากเจ่อๆ หน้าเบินๆ ผมเผ้ายุ่งเหนียว เค้ายืนเอนตัวมาข้างหน้า แล้วตวาดว่า “มึงจะให้กูมั๊ย กูขอ20″

ปอยงง..อึ้ง ทึ่ง กลัว….หันหลังกลับ วิ่งหนีสุดชีวิต ตายแล้วทองหล่อมีคนบ้าด้วย
รู้ตัวอีกทีปอยก็วิ่งมาจนถึงปากซอยทองหล่อ 10 แม่เว๊ยเหนื่อยยังไปกะแข่งวิ่งเปรี้ยว
ตกลงไอ้บ้านี่มันจะบ้าหรือจะเมากันแน่ ปอยก็ไม่แน่ใจ แต่จากที่ปอยเห็น

ผู้ชายคนนี้เป็นคนบ้าและคนเมาที่ น่าเกลียดที่สุด ในโลก

ทำไมเค้ากลายมาเป็นแบบนี้ล่ะ
1.ตกงานจนช็อคชีวิต
2.สำมะเลเทเมาจนตกงาน
3.เมียทิ้งเลยเมามาก จนตกงาน
4.ไม่เอาถ่าน เอาแต่แก๊ซ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ปอยไม่สงสารเค้าเลย
ทำไมผู้ชายคนหนึ่งถึงไม่ยอมที่จะสู้ชีวิต ทำได้ดีแค่หันหน้าพึ่งพายาเสพติด จนมีสภาพน่าสังเวชได้ขนาดนี้ … ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจ กับจิตสำนึก

ปอยก็เคยตกงาน ตกเพราะความซ่าของตัวเอง ทะเลาะกับเจ้านายและลาออกด้วยความหยิ่งยโส มิใยที่เค้าจะตามมางอนง้อ ให้กลับไปทำงานด้วยกันดังเดิม ปอยก็ไม่ใยดี ด้วยความที่คิดว่า กูมีดีซะเหลือเกิน ความซ่าและหลงตัวเองเต็มพิกัดครั้งนั้น
ทำให้ปอยตกงานนานเป็นเวลา 8 เดือน ……

นานนะสำหรับปอย เครียดจัง จะเอาไรกินละทีนี้หยิ่งนัก อดตายซะเถอะ
ตั้งแต่เริ่มทำงาน ปอยไม่เคยอยู่เฉยๆ ไม่เคยตกงานนานขนาดนี้มาก่อน
รู้สึกรับไม่ได้กับการที่ ทำไมเราไม่มีอะไรทำ….
ดีที่เรายังมีเพื่อนดีๆ ที่มันก็ตกงานเหมือนกัน

เพื่อนคนหนึ่งนำข่าวดีมาบอกว่า
“เฮ๊ย พวกมึงจะเขียนภาพสีน้ำมันกันมั๊ย เขียนไปก่อนดีกว่าไม่มีไรทำ พี่เค้าให้ภาพละ 150บาท” …. อืม เอาก็เอา

ปอยและเพื่อนอีก 2คน ไปรับงานเขียนภาพสีน้ำมันมาทำ ภาพเล็กๆขนาดเท่ากระดาษ A4
เอามาทำครั้งละ 5ชิ้น เสร็จก็ไปส่ง..ถือว่าเป็นราคาที่ได้ไม่เยอะเลย แต่ก็ต้องทำ
เรากินใช้กันอย่างประหยัด และไม่อยู่นิ่งๆ

นอกจากรับงานเขียนภาพมาทำแล้ว เราก็รับงานอื่นๆไปอีกเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเย็บ
กระเป๋า ปักเลื่อม ปักลาย งานปั้นหัวโตเปเปอร์มาเช่ ทำของชำร่วยเซรามิค
ทำทุกอย่างที่มีคนจ้าง ถึงไม่อยากจ้างก็ไปออดอ้อนขอเค้าทำ (ทีงี้ละทำเป็นอ้อน)
….. ตกงานนี่คะ อย่ามาทำอาย หยิ่งไปก็ไม่ได้ติ้วอะไร …..

ปอยมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินเพียงน้อยนิด เพราะยึดหลัก มีเท่านี้จะเอาดีดีสักแค่ไหน

เมื่องานเขียนภาพเริ่มซาลง จนหมดไปในที่สุด เพราะลูกค้าของพี่เค้างดสั่งของ
ปอยตัดสินใจไปสมัครงานที่ ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง pr
ปอยต้องพบกับความทรมานตั้งแต่วินาทีแรกที่ทำงาน ……
เพราะเป็นงานที่ ตลอดชีวิตนี้ไม่เคยคิดที่จะไปทำมันเลย ปอยต้องแต่งตัวตามระเบียบ
ต้องใส่ชุดที่ไม่อยากใส่ ต้องทำทรงผมที่ไม่อยากทำ ต้องรบกับคนที่โมโหหิว…. ปอยอยากลาออกทุกวัน

แต่ความจำเป็นบอกตัวเองว่า…
อดทนซะ แกตกงานมานานแล้วนะ
ปลงซะ หัวโขนไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าท้องหิว
ยอมซะ อาชีพทุกอาชีพถ้าสุจริต มันไม่ใช่อาชีพที่น่าอาย
ลดทิฐิซะ เด็กศิลปะก็เป็น pr ร้านอาหารได้ โลกไม่ได้มีกฎเกณฑ์ห้ามหวง

แล้วความจำเป็นก็ทดสอบความมีโลกียปัญญาในตัวปอย หลังจากที่ปอยทำงานที่นี่มาได้ 4เดือน
ความจำเป็นเสกให้เพื่อนที่เรียนด้วยกันมาในสมัยเรียน ยกพวกที่บริษัทผลิตโฆษณาแห่งหนึ่ง มากินอาหารที่นี่ (ทำไมมันต้องมาร้านนี้ วะ) และมาอีก มาอีก ในวันถัดๆไป

เฮ๊ยปอย สบายดีเหรอ บลาๆๆๆๆๆ … ปอยยิ้มแย้มต้อนรับเพื่อนอย่างชื่นบาน
ไม่รู้สึกตกต่ำ แต่รู้สึกว่า เราควรจะสนุกสนานกับงานที่ทำอยู่ ซะที …

หลังจากนั้นปอยมาทำงานด้วยความสนุกสนาน เปิดเพลงในร้านก่อนร้านเปิด เต้นไปจัดโต๊ะไป… รู้สึกดีกับท้องที่หิวเพราะลูกค้าแน่นร้าน จนไม่มีเวลาไปทานข้าว
ตื่นเต้นกันการส่งสัญญาณกับพ่อครัว เพื่อขโมยอาหารต้องห้ามในร้านเอามากินที่ห้อง vip

จนเวลาผ่านไป 1ปี ปอยหางานที่ถนัดและคุ้นเคยได้ ปอยลาออกด้วยความอาลัยของเพื่อนร่วมงาน
เลี้ยงส่งกันอย่างสนุกสนาน และสัญญาว่า จะไปอุดหนุนที่ร้านบ่อยๆ
(แต่ตั้งแต่ออกมา ปอยไปกินแค่ 3ครั้งเอง)

เมื่อจิตใจเราเป็นสุข สมองเราจะปลอดโปร่ง มีสติ สามารถคิดหรือทำในสิ่งที่จรรโลงได้ ง่ายดาย …. โดยเฉพาะ การสร้างความสุขในยามที่เรามีทุกข์นี่แหละ
ความสุขที่มีใส้ในเป็นความทุกข์ จะช่วยให้เราเปลี่ยนใส้ในเป็นความสุขชนิดเดียวกันได้
มากกว่าอบอวลไปด้วยความทุกข์ซะทั้งหมด ….

ปอยไม่เคยท้อกับอะไรเลย อาจจะมีบ้างในบางคราว ที่กลัดกลุ้ม
รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในโลกนี้ รู้สึกเหนื่อย…
แต่เมื่อรู้ตัวว่าความรู้สึกแบบนี้มันชักจะมาอยู่นานเกินไปแล้ว ก็ต้องรีบกำจัดมันออกไป
ลุกขึ้นมาฮึด แล้วบอกว่า “เว๊ย..มันต้องแก้ไขได้สิวะไม่มีทาง ที่คนอย่างชั้นจะทำไม่ได้”

ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ บางทีมันก็หลบๆอยู่ บางทีมันก็แอบมาจ๊ะเอ๋จนเราตกใจ
แหม…อยู่ตรงนี้เอง คิดซะตั้งนาน
ขอเพียงแค่ใจเราไม่ท้อ ไม่ยอมแพ้ และคงความมีสติอยู่เสมอ อะไรๆก็จะผ่านไปได้

เมื่อครั้งที่ปอยไปเที่ยว ภูคิ้ง จ.ชัยภูมิ
คณะของปอยได้จ้างพรานขึ้นภูไปกับเราด้วย 2 คน เพื่อนำทางเรา หาบของให้เรา
ช่วยเราหาฟืนมาจุดไฟ ภูคิ้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยจะมีใครรู้จัก
ถ้าจะให้เราปีนป่าย ลัดเลาะไปเองตามทางที่ถึงแม้จะแผ้วถางแล้ว …
ก็รับประกันได้ว่า เราต้องหลงทางอย่างแน่นอน

พรานที่นี่ราคาถูกมากนะคะ คนละ 500บาทเท่านั้น ไม่ได้คิดเป็นกิโลเหมือนภูอื่นๆ
ที่ใช้ลูกหาบที่สำคัญ เค้าจะอยู่กับเราตั้งแต่ขึ้นภู นอนค้าง จนลงภูเลยทีเดียว

ครั้งที่ไป เรากางเตนท์นอนกันที่ลานโล่ง ข้างๆที่พักของเจ้าหน้าที่
ภูคิ้งสะอาดสะอ้าน ปราศจากร้านค้าใดๆทั้งสิ้น และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆให้เช่าทั้งนั้น… เราต้องเตรียมทุกอย่างไปเอง

พรานที่นี่จริงๆแล้วก็เป็นทหารพราน ที่ปลดประจำการแล้วไม่รู้ว่าจะยึดอาชีพอะไรต่อไปดี
ก็หันชีวิตมาเป็นพรานนำทาง วันไหนที่ไม่มีงานขึ้นภู
เค้าก็รับจ้างขึ้นต้นไม้ ดายหญ้า หรืองานอะไรก็ได้แล้วแต่ที่มีคนจ้าง
พรานคนหนึ่งเล่าว่า แกเคยได้ค่าจ้างเป็นปลาร้า เป็นอาหารแห้งก็มี…แต่แกก็เอา
เพราะอย่างน้อย อาหารพวกนั้นก็เลี้ยงชีวิตแก และครอบครัวได้

e0b980e0b894e0b8b4e0b899e0b8a1e0b8b2e0b888e0b8b2e0b881e0b980e0b882e0b8b2e0b8a5e0b8b8e0b881e0b899e0b8b9e0b989e0b899e0b899e0b899e0b899 224x300 ตุ๊กตาล้มลุก

( ที่นี่เค้าหาบกันแบบนี้)

e0b8abe0b899e0b989e0b8b2e0b89ae0b989e0b8b2e0b899e0b882e0b8ade0b887e0b89ce0b8b9e0b989e0b888e0b8b1e0b894e0b8abe0b8b2e0b89ee0b8a3e0b8b2 300x224 ตุ๊กตาล้มลุก

(คนที่2 จากซ้าย เป็นพรานอายุมาก ที่เป็นช่างซ่อมรองเท้าให้ปอยด้วย)

แกว่าแกอยู่เฉยไม่ได้หรอก เพราะคนที่อยู่เฉยๆหรือได้แต่ขอเค้ากิน คือคนที่ตายไปแล้ว
ตายจากความเป็นมนุษย์ ที่จำเป็นต้องดำรงค์ชีพด้วยการล่า ….

” ลูกเมียเราทำไงล่ะ ถ้าเราไม่หา เค้าคอยปรนนิบัติพัดวีไม่ขาดตกบกพร่อง เค้าทำหน้าที่ของเค้าดี เราก็ต้องทำของเราด้วย”
“อืม…เมียลุงไม่ได้ทำงานเหรอ เป็นแม่บ้านเหรอ” ปอยถาม
“ทำสิ มันก็รับจ้างทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย แถมต้องทำหน้าที่เมียอีก เราก็ต้องเป็นผัวที่ดี เหนื่อยนิดหน่อยแค่นี้อย่าไปบ่น เมียมันเป็นผู้หญิง มันยังไม่บ่นสักคำ”

ขอให้ทุกคนที่ล้มลุกขึ้นมาสู้ เพื่ออะไรก็ได้ในโลกนี้ จริงๆ มันก็เพื่อตัวคุณเองทั้งนั้น
สำรวจตัวคุณเอง ว่าลุกไม่ได้ หรือ ไม่ยอมที่จะลุกกันแน่ ….

4 Responses to “ตุ๊กตาล้มลุก”

  1. kalumpok พูดว่า:

    ชอบอ่านเรื่องที่คุณปอบเขียน คุณมีมุมมองที่แตกต่างกว่าคนอื่น

    เป็นมุมมองที่ให้ข้อคิด ความสนุกสนาน

    เมื่อไหร่จะรวมเล่มล่ะคะ

  2. lagcop พูดว่า:

    I’m glass to read good story

  3. vor พูดว่า:

    ในเมื่อเราเคยเดินได้มาก่อน เมื่อล้มได้ก็ต้องลุกได้ค่ะ

  4. nammint pootawan พูดว่า:

    บังเอิญได้ติดตามมาจากบล็อคครับ
    ชีวิตยิ่งกว่านิยาย อีกเน้าะคุณปอย

Your Reply

:wink: :twisted: :roll: :oops: :mrgreen: :lol: :idea: :evil: :cry: :arrow: :?: :-| :-x :-o :-P :-D :-? :) :( :!: 8-O 8)

Spam protection by WP Captcha-Free