18:00น.ของ วันอังคารที่ 23 มีนาคม 53
ปอยมาถึงร้านพี่บัว ร้านข้าวเจ้าประจำตรงขามออฟฟิศพี่แพท สามีสุดที่รักเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน
หลังจากกลับจากการเดินทางไปเขาใหญ่ เพื่อสะสางงานที่คั่งค่างและส่งต่อให้เจ้ารงค์ เด็กหนุ่มสี่ตา
ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตลูกน้อง เคลียเอกสารต่อ กับเจ้ารงค์อีกนิดหน่อย เจ้ารงค์ก็ลากลับ
เป็นปกติธรรมดาที่พี่แพท จะนั่งดื่มเบียร์เหรียญทองของไทยเป็นประจำทุกวันก่อนกลบบ้าน
ครั้งนี้มีป้านุชข้าราชการครูปลดเกษียณ ที่ขี้เหงา และชอบให้เราเรียกแกว่าแม่ มานั่งดื่มเป็นเพื่อน
แม่นุชบอกว่าอย่าเพิ่งรีบกลับๆ ไปหยิบมาอีกขวดแม่ให้ พี่แพทปฏิเสธบอกว่าเดี๋ยวต้องขับรถไม่อยากดื่มมาก
แม่นุชคะยั้นคะยอ บอกว่าแม่ให้เจ้าปอยกินไม่ได้ให้หนึ่งกินซะหน่อย (พี่แพทชื่อเล่น ชื่อหนึ่ง)
เรา4คน ปอย พี่แพท แม่นุช และพี่บัวเจ้าของร้าน นั่งดื่มเบียร์เหรียญทองของไทย
รับลมเย็นๆภายในร้านข้าวเก่าๆ ที่ในอนาคตอันใกล้ ร้านนี้จะต้องถูกรื้อเพราะต้องตกเป็นสมบัติของธนาคาร
ด้วยเหตุที่ว่า เจ้าของที่ขาดส่งเงินมานานนม พี่บัวจะย้ายไปอยู่บ้านที่ซื้อไว้ที่คลอง 7
และเริ่มนับ1ใหม่ กับการค้าขาย แต่พี่แพทนี่สิ จะไปนับ1กับร้านข้าวดีดีแบบนี้ที่ไหนยังงอแงอยู่…แพทจะกินเบียร์ที่ไหนล่ะเนี่ย
ปอยกับพี่แพทนั่งกันไม่นาน ราวๆ2ทุ่มก็ขอตัวกลับ ยังมีภาระที่ต้องพาเจ้ารถขี้ดื้อไปเติมก๊าซ เพราะมันร้องว่าหนูหิวๆ
เราขับรถออกจากซอยสยามสามัคคี เลี้ยวซ้ายกลับรถเพื่อมุ่งหน้าไปรังสิต
ระหว่างที่กำลังจะผ่านคลังสินค้าของสนามบินดอนเมืองนั้น รถจอมดื้อมีอาการกระตุกๆอึกๆๆ
และค่อยๆวูบดับไป เอาแล้วไง ก๊าซหมดจนได้ทำไมไม่ให้ถึงปั๊มซะก่อน
พยายามสตาร์ทด้วยน้ำมัน น้ำมันก็หมดอีก ทำไงดีเนี่ย
พี่แพทโทรหาเพื่อนชื่อต้อม บอกให้ต้อมไปซื้อน้ำมันมาให้หน่อย คิดกันว่าเอาน้ำมันมาประทังความหิวของมัน
มันน่าจะหายโกรธเรา และวิ่งไปจนถึงปั๊มก๊าซได้
ระหว่างนี้เราจะทำอะไรกันล่ะ เข็นสีครับพี่น้อง พี่ชายใจดีขับรถกระบะสีบรอนซ์เงิน
ทะเบียน ฌท 2632 กรุงเทพฯ ไม่ทราบยี่ห้อ (เพราะปอยมองไม่เห็น)
จอดรถลงมาช่วยเราสองคนเข็นรถไปจอดทับที่ก้างปลาบนถนน
พี่ชายอีกคนขับรถกระบะ TOYOTA สีขาว ทะเบียน ผท 1257 นครราชสีมา มาจอดถามมีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับ
ที่ข้างรถมีสติ๊กเกอร์ตัวอักษรข้อความว่า “ญาติระอา” สีเขียว ติดอยู่ ปอยอยากจะบอกแกว่าคนมีนำใจแบบนี้ ไ
ม่น่าเห็นจะน่าระอาตรงไหน … สังคมนี้ยังมคนดีดีอยู่เยอะนะ
สักพักมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจอดถาม
“รถเป็นอะไรครับ” ในใจปอยนึกดีนะแกไม่ขอดูใบขับขี่ ไม่งั้นซวยแน่เลย
ผ่านไปเกือบๆชั่วโมง ต้อมก็มาถึง เราจัดการให้เจ้าจอมดื้อกินอาหารที่ชอบบรรจงกรอกใสปากมัน
แต่พอมันกินเข้าไปแล้วมันกลับไม่ยอมทำงานซะอย่างงั้น มันบอกเราด้วยเสียงอ่อยๆว่า แบตเตอร์รี่หมด …. อะไรกัยโว๊ยยยย
ทีนี้จะทำยังไง ??? ปอย พี่แพท ต้อม พยายามปล้ำมันกันอยู่สักพัก มันก็ยังแน่นิ่งอยู่แบบเดิม พี่แพทกับต้อมตัดสินใจไปซื้อสายชาร์ตแบตเตอร์รี่ และน้ำมันมาเพิ่มอีก ด้วยคิดเอาเองว่า น้ำมัน 3ลิตรที่ซื้อมา คงไม่พอยาไส้
ปอยตัดสินใจโทรหาร่วมด้วยชวยกัน 1677 แจ้งรถเสียต้องการความช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ถามว่าเราอยู่ตรงไหน พร้อมกำชับว่า ถ้าภายใน 30นาทีไม่มีใครมาช่วยให้แจ้งกลับไปใหม่
และขอเบอร์โทรศัพท์ปอยไว้ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ปอยไม่ทราบ
แต่ความรู้สึกของผู้หญิงตัวเปี๊ยกๆ ดำๆยืนรอความช่วยเหลืออยู่ข้างๆรถ nissan sunny
ด้วยหน้าตาแหยเกมันรู้สึกเครียดอย่างบอกไม่ถูก นี่กูจะกลับบ้านยังไงเนี่ย
พี่แพทก็ไปนานจัง ยืนรอไปสักพักมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายขับรถมาจอดถาม
แกบอกว่านายแกขับรถผ่านมาเห็น เรียกวิทยุมาที่แกให้แกมาดู ยังดีวะมีตำรวจมายืนเป็นเพื่อน และแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เกิดมาไม่เคยดีใจกับเสียงโทรศัพท์ขนาดนี้มาก่อนเลย ปลายสายแจ้งว่าเค้าได้รับแจ้งจากร่วมด้วยช่วยกันว่า มีรถจอดเสียรอความช่วยเหลืออยู่ ใช่คุณรึเปลjาครับ โธ่พี่ไม่ใช่หนูแล้วจะใครล่ะ
ไซเลนสีฟ้าสลับแดง กระพริบแว๊บๆๆๆมาแต่ไกล มันเป็นรถกระบะสีขาว บรรทุกเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู 4คน ชาย3 หญิงสวยๆใส่ขนตาปลอมหน้าตาเหมือนตุ๊กตาไบรด์ 1 เจ้าหน้าที่มาถึงก็ทักทายคุณตำรวจ “หวัดดีครับป๋า”
ปอยโทรหาพี่แพท บอกร่วมกตัญญูมาช่วยเราอยู่ เจ้าหน้าที่ชาร์ตแบตเตอร์รี่ รถจอมดื้อเริ่มมีเสียงกับเค้าบ้างแล้ว หลังจากที่เงียบไปเป็นชั่วโมงๆ เกิดมาก็เพิ่งจะมีประสบการณ์ได้เห็นเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูแบบใกล้ชิดขนาดนี้ น่าปลื้มจริง
พี่แพทวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกับน้ำมันอีก 3ลิตร และสายชาร์ตแบตเตอร์รี่ จัดการทุกวิถีทางกับเจ้าดื้อเพื่อให้อย่างน้อยมันก็วิ่งไปถึงปั๊มก๊าซได้ แต่ ทุกวิถีทางที่เราพยายามมันเหมือนจะเป็นแค่การหลอกให้เราดีใจเล่นแค่นั้น แก๊งค์พี่ร่วมบอกว่า “หมดหนทางครับไม่รู้จะทำไง มีทางเดียวเอารถมาลาก แต่รถผมสายลากมันขาดเพราะเพิ่งไปลากรถคันอื่นมา เอาไงดี เอารถยกมั๊ยล่ะเดี๋ยวผมเรียกให้”
จบกัน รถยกเหรอมีเงินจ่ายค่ารถยก กูก็ไม่ต้องซื้อรถมือสองมาใช้ดิวะ ….
ตัวช่วยที่เป็นรถยก เป็นอันตกไป เพราะเราบ่จี๊ เฮ้อ…ความหวังจะได้กลับบ้านเหลือริบหรี่ หลังจากเจ้าหน้าที่และคุณตำรวจลากลับไปด้วยหมดทางช่วย และปล่อยให้เราเผชิญชะตากรรมกันต่อไปสามคน พี่แพทกับต้อม ตัดสินใจหยิบสายชาร์ตแบตเตอร์รี่ที่ซื้อมาออกมาใช้ ไหนไปลองเอารถต้อมมากระตุ้นซิ ปรากฏว่า เสียบปุ๊ป ติดเครื่องปั๊ป ควันขึ้นปรู๊ด
สายไหม้ครับผม สายชาร์ตแบตเตอร์รี่รถยนต์ ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อ 1ชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้มันตายสนิทใช้ปุ๊ปเสียปั๊ปเฮฮาจริงๆชีวิต
ทำไงดีล่ะ พี่แพทไปโบกมือขอความช่วยเหลือกับรถ TAXI ที่วิ่งผ่านไปผ่านมา หวังว่าเค้าจะมีสายชาร์ตแบตอยู่ในรถบ้าง แต่ก็ไม่เป็นผล ลองแล้วลองเล่า รอแล้วรออีก เวลาก็ผ่านไปแบบใจร้าย เกรงใจต้อมหันไปบอกต้อมกลับไปก่อนเถอะเราสองคนไม่เป็นไร ต้อมเป็นห่วงเราไม่ยอมกลับต้องบอกให้กลับไปเถอะๆอยู่หลายรอบ ต้อมจึงยอมกลับไปขณะนั้นเวลาก็ปาไป 5ทุ่มครึ่ง
สองคนมองตากัน “ท่าเราจะต้องนอนบนถนนกันซะแล้ว”มีรถยกคันหนึ่งขับผ่านมา มาจอดถามเราต้องปฎิเสธความช่วยเหลือไปเพราะเราไม่มีค่าตอบแทนให้ โธ่พี่ถ้ามีตังค์นะเรียกมาให้ยกไปนานแล้ว..ฮ่วย
ปอยโทรหาร่วมด้วยช่วยกันอีกครั้ง แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเราต้องการรถที่มีสายลากจูงเพราะรถเราไม่มีไฟ และไม่ต้องการรถยกเพราะเราไม่มีเงินจ้าง เจ้าหน้าที่บอกจะรีบประสานให้จนมือถือปอยแบตหมด มือถือพี่แพทโทรออกไม่ได้ 1677 ก็ไม่สามารถโทรได้อีก เอาสิจะมีอะไรซ้ำเติมกันมากกว่านี้อีกมั๊ย
เวลาผ่านไปๆๆ นานแสนนาน หิว ง่วง เพลีย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างยังแน่นิ่งอยู่เหมือนเดิม ปอยเดินวนไปวนมา ใจนึกถึงเลข3ตัวขึ้นมาได้ 191 มันไม่ต้องใช้เงินนี่หว่าไม่มีเงินในโทรศัพท์ก็โทรได้ ปอยโทรหา 191 ทันที แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเราต้องการรถที่มีสายลากจูง คุณตำรวจบอกจะประสานขอความช่วยเหลือให้ แต่ความช่วยเหลือที่ตำรวจส่งมากลับเป็น
“สวัสดีครับ ผมรถยกครับ” แป่ววว เกิดการตกหล่นทางภาษากันตอนไหนวะเนี่ย
ปอยกับพี่แพทเอนตัวนอนอย่างคนหมดแรง มือปอยยังกำมือถือไว้แน่นใจยังภาวนาให้มีคนจากร่วมด้วยช่วยกัน
โทรมาอีกสักรั้ง แต่ก็ไม่มี 1: 30น. TAXI สีส้มเหลืองทะเบียน ทล 9215 มาจอดถาม
และพยายามช่วยเหลืออยู่นานแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันยังนิ่งอยู่แบบเดิม โธ่ ไอ้ดื้อ
พี่ TAXI ถามว่า โทรหาร่วมด้วยช่วยกันรึยัง โทรแล้วค่ะแล้วโทรหา สวพ.91 รึยัง ??? สวพ.91อุ๊ย ….
ปอยเคยรู้จาก TAXI ที่ปอยเคยนั่งมาว่ามีคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่งเป็นคลื่นที่มี TAXI
เป็นสมาชิกคอยให้ความช่วยเหลือรถที่เกิดปัญหาบนท้องถนน แต่…ปอยจำไม่ได้ว่ามนเป็นเบอร์อะไร ตอนนี้รู้แล้วว่ามันคือเบอร์ 1644 และเป็นเบอร์ฉุกเฉินไม่ต้องเสียเงินด้วย สวรรค์ทรงโปรดให้คนบาปอย่างเราแล้ว
ปอยโทรไป 1644ทันที เจ้าหน้าที่รับสายแจ้งว่า ภายใน20นาทีถ้าไม่มีใครมาให้เราโทรไปใหม่..คำพูดนี้คุ้นๆแฮะ
2:15น. รถกระบะส่งผลไม้สีน้ำเงิน ทะเบียน ตฉ 5162 มาจอดเทียบข้างรถเรา ส่งเสียงสวรรค์มาถามว่า
“สวัสดีครับ คุณใช่มั๊ยที่แจ้งไปที่ สวพ.91” สวรรค์ทรงโปรดใช่ค่ะ ปอยตื่นเต้นมา มาแล้วผู้ช่วยชีวิต พี่คนนี้ขมักเขม้นกับการช่วยหลือเราเป็นอย่างดี แต่ก็นั่นแหละค่ะ แกเป็นพ่อค้าผลไม้ จะไปซื้อผลไม้ในตลาด 4มุมเมืองมาขาย แกมาจอดชาร์ตแบตให้ก็บุญหัวแล้วจะให้แกทำให้มันติดวิ่งได้ หรือจะให้แกมีสายลากจูงมาลากรถเรามันเป็นไปได้ยาก ปอยนับแทบไม่หวาดไม่ไหวกับจำนวนของผู้มีจิตช่วยเหลือ แต่ก็ขอบคุณน้ำใจของเพื่อนร่วมประเทศทุกท่าน รวมไปถึง พี่รถกระบะสีบรอนซ์ ทะเบียน ตว 504 ที่มาแวะมาบอกว่า ว๊าไม่มีที่จอด โทษทีนะผมจอดช่วยไม่ได้ถึงแม้ว่า ถึงแม้ว่าท่านเหล่านี้จะช่วยอะไรเราไม่ได้สักคนก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ทำให้แน่ใจได้ว่าสังคมนี้ยังมีคนดีดีปะปนอยู่
พ่อค้าผลไม้บอกลาเราหลังจากที่หมดหนทางช่วยเหลือ “ผมต้องไปก่อนนะขอโทษทีต้องรีบไปตลาดแล้วหละ”
เศร้าละสิทีนี้ จะมีใครมาอีกมั๊ยเนี่ย
หลังจากพ่อค้าผลไม่จากไปได้ไม่นาน ก็มีกลุ่ม TAXI ฮีโร่มาจอดเทียบทีละคัน ทีละคัน TAXI สีเขียวเหลือง ทะเบียน มค 6278 TAXI สีส้ม ทะเบียน ทศ 1881 TAXI สีฟ้า ทะเบียน ทย 6745
TAXI ทั้ง3คัน ไม่ได้มาด้วยกัน TAXI ทั้ง3คัน ไม่รู้จักัน แต่ทั้ง3คัน ร่วมมือกันช่วยเหลือเราสองคนอย่างมืออาชีพ คนหนึ่งคอยส่องไฟ คนหนึ่งคอยส่งอุปกรณ์ คนหนึ่งที่ดูจะเก่งกว่าอี2คนที่เหลือ สวมวิญญาณเป็นช่างซ่อม 3แรงแข็งขันร่วมมือกันช่วยเราอย่างเต็มที่ 1ในสามบอกปอยว่า ยืนอยู่ใกล้ๆรถไว้อย่าให้ห่างครบคอยดูของมีค่าในรถด้วย ในที่สุดความช่วยเหลือครั้งนี้ก็เป็นผลสำเร็จ ปอยดีใจยิ่งกว่าได้ทองอีก (แต่ถ้าได้ทองจริงๆ อาจจะดีใจมากกว่าก็ได้นะ)
ฮีโร่ทั้ง3 บอกว่าเอาล่ะกลับบ้านได้แล้ว เราสองคนยกมือไหว้ขอบคุณสามฮีโร่ ดีใจบอกไม่ถูก รู้งี้โทรไป สวพ.91ตั้งงนานแล้วรถออกตัวมาได้สักพัก ทางสวพ.91 โทรมาสอบถามเหตุการรความคืบหน้า พร้อมกับขอเลขทะเบียนรถ TAXI ที่มาช่วยเหลือ และบอกว่าจะตัดสายปอยให้คุยกับผู้ดำเนินรายการ ว้าว ปอยได้ออกอากาศวิทยุด้วย ถ้าคืนวันที่ 23 มีนาคม เวลา 03:30น. ยังไม่มีใครนอน คงจะมีคนได้ยินเสียงปอย ชื่อปอย ออกอากาศขอบคุณ TAXIฮีโร่กันบ้างเท่จริงๆ…เอาล่ะ ทีนี้เราจะได้กลับบ้านกันแล้ว อย่าเกเรอีกนะลูก เราพาเจ้าดื้อไปกินก๊าซของโปรด ที่ปั๊ม SCG ใกล้บ้าน เจ้าดื้อกินก๊าซไปเต็มถัง 124 บาท แต่เจ้าดื้อก็ยังไม่หายดื้อ กลับพยศขึ้นมาอีก เจ้าดื้อสตาร์ทไม่ติดซะงั๊น อะไรกันวะ
เสียงเงียบ ไฟไม่มีเหมือนเดิม เดือดร้อนพี่แพทต้องไปเดินขอความช่วยเหลือจาก TAXI ที่จอดล้างรถอยู่ในปั๊มเพื่อเตรียมส่งกะ ฮีโร่กลุ่มที่2 ไม่วายพ้น TAXIอีกแล้ว TAXI สีชมพู ทะเบียน ทศ 946 ล้างรถยังไม่ทันเสร็จดี ถอยรถตัวเองออกจากเตนท์ล้างเพื่อมาช่วยเราก่อน ลองชาร์ตแบตก็แล้ว อะไรก็แล้วรถก็ยังไม่ติด ทีนี้สมาคม TAXIรวมตัวกันอย่างหนาแน่นเข้าๆ ล้อมรอบเจ้าดื้ออย่างกับว่าเจ้าดื้อเป็นซุปเปอร์สตาร์ก็ไม่ปาน ถ้าการรุมล้อมขนาดนี้สามารถทำเงินได้ ปอยจะยินดีให้มาล้อมกันทุกวัน แต่การรุมล้อมแก้ไขเจ้าดื้อในเวลาเฉียดตี5แบบนี้ ปอยไม่ค่อยชอบใจนัก
สุดท้ายมีคุณลุง TAXI ท่านหนึ่งสามารถทำให้เจ้าดื้อสตาร์ทติด แต่เจ้าดื้อไม่สามารถเบาเครื่องได้ ถอนคันเร่งไม่ได้ อ๊าว ???ไหงเป็นงั้นล่ะ แล้วแบบนี้จะกลับบ้านกันได้ยังไงกันคุณลุงเสนอให้จอดรถไว้ที่นี่ ขับไปก็ตายเปล่า ในที่สุดเราก็จะเอามันกลับไปบ้านไม่ได้เหรอเนี่ยโธ่ บ้านอยู่แค่เอื้อมแค่นี้เองนะ พี่แพทถอดใจบอก “ไปปอยเดี๋ยว TAXI เค้าไปส่ง” ปอยเก็บของสำคัญอกจากรถเตรียมตัวนั่ง TAXI กลับบ้าน เดชะบุญที่ยังไงๆซะเจ้าดื้อคงไม่อยากถูกทิ้งโชคชะตาเลยทำให้พระเอกปรากฎตัวออกมาตอนจบ พี่ชายรูปร่างกำยำ หน้าตาบ่งบอกว่าเป็นคนพื้นที่ปทุมธานี มาลูบๆคลำๆเจ้าดื้อ หมุนนู่นหมุนนี่บริเวณทอจ่ายก๊าซ เจ้าดื้อตัวอ่อนปวกเปียก ยอมติด ยอมเบาทำให้เรากลับบ้านได้แต่เจ้าดื้อยอมวิ่งไปแค่ 20กม./ชม. อ่อยยยยย
ปอยกับพี่แพทเหนื่อยเต็มที แต่ก็ยังดีใจที่รถมาเสียอีกครั้งในดง TAXI สองคนกลับถึงบ้าน ตี5ครึ่ง แม่เจ้า
พี่แพทถามปอยว่า “เบื่อมั๊ยอยู่กับแพทมีแต่ปัญหา” ปอยบอกว่าไม่ค่ะ ใจอยากบอกมากกว่านั้น อยากบอกให้พี่แพทหายเหนื่อยแต่ตัวปอยเองก็เพลียเต็มที ถ้ายังสดชื่นอยู่เหมือนตอนนี้ ปอยจะบอกพี่แพทอีกว่า ไม่เบื่อและจะไม่มีวันเบื่อ ตราบใดที่เราเจอปัญหาแล้วเราร่วมมือกันลูกขึ้นสู้ ไม่ท้อแท้ไม่โทษตัวเอง ไม่โทษอีกฝ่าย ตราบใดที่เรายังยิ้มให้กันได้เหมือนคืนนี้ ต่อให้มีเหตุการณ์เลวร้ายมากกว่านี้อีกกี่ครั้ง กี่หน ปัญหาจะหนักขนาดไหน เราจะมีแต่รอยยิ้มให้กัน และเราจะยืนอยู่ข้างๆกัน แบบคืนนี้ตลอดไป
นึกแล้วก็ซึ้งแฮะ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีปะปนอยู่ อย่างน้อยคืนนั้น ปอยก็ได้ออกอากาศวิทยุสถานีหลักเป็นครั้งแรก และได้รู้ว่าน้ำใจจากรากหญ้ามันชื่นใจยิ่งกว่าน้ำใจในแก้วทรงสูงเป็นไหนๆ …………
อ่านแล้วน้ำตาซึมตอนจบ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่นำมาแบ่งปันค่ะ
ดีใจจัง ยังมีคนอ่านอยู่แฮะ
สนุกจังเลยอ่ะ น่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่รู้วันนี้เป็นงัย โชคดีได้อ่าน ทั้งในบล็อคเรื่องภูคิ้ง กับ ออกอากาศ อาจเพราะว่าเซริท Google เรื่องรองเท้าเจ้ากรรม กับ รถคู๋เวร 555