18นาฬิกา15นาที รถเมล์โดยสารที่ปอยนั่ง ติดอยู่บนสะพานกรุงธน …
หรือที่รู้จักกันในนาม สะพานซังฮี้ ติดนานมาก นานจนปอยเบื่อ
แคะนู่น เกานี่ ดูคราบน้ำฝนที่กระจก…ถ้าเป็นตอนกลางคืน ปอยจะไม่มองออกไปตรงนั้น
เพราะกลัว ผีสามบาท จะห้อยหัวลงมาสยายผมให้ดู …. บรื๋อ
สะพานซังฮี้ตอนนี้ เค้าปูพรมแดงเอาไว้ตรงบริเวณทางเท้า (จริงๆแล้วเค้าทาสีแดง)
มองลงไปจากหน้าต่างรถ จะเหมือนปูพรมแดงให้เจ้าเิดิน
ช่วงกลางสะพาน มีชายหญิงคู่หนึ่ง แต่งกายชุดนักศึกษา ดูจากชุดที่ใส่แล้ว
น่าจะอยู่ในระดับมัธยมปลาย
2คนนั่งหันหนังพิงราวสะพานด้านใน หันหน้าออกไปชมทิวทัศน์ด้านหน้า
ที่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา
อิงแอบแนบชิด ประหนึ่งว่าโลกนี้มีเพียงเรา สองคน
หยอกล้อเล่นหัวกันตามประสา คู่รักพักเรียน
ฝ่ายชายเอนตัวหลบ สาวเจ้าโน้มตัวหา ทำหน้าท้าทาย มาเด่ะๆ แน่จิงป่าว
ฝ่ายชายพุ่งตัวเข้าใกล้ สาวเจ้าเกิดความอาย เอนข้อศอกยันราวสะพาน
แต่การกระทำแบบนั้น เหมือนเป็นการส่งเสริม ให้ฝ่ายชายเข้าประชิดได้ง่ายขึ้น
ศอกชนพื้น มือชนมือ จมูกที่เลื่อนเข้ามาใกล้ ใกล้เข้าๆๆ
ผู้หญิงอาย แต่ยิ้มเชิญชวน แล้วฝ่ายชายก็เอาจมูกแตะปลายจมูกฝ่ายหญิง…สะบัด 1ที
แล้วทำหน้าเหมือนยักคิ้ว ….
หล่อขั้นเทพจริงจริงเลยพวกมึง…นี่มันบนสะพานนะเว๊ย เค้าดูกันทั้งรถเลย โดยเฉพาะปอย
เหมือนกับดู หวานมันฉันคือเธอ ยังไงยังงั้น …..
ไม่อายค่ะ ไม่มีอาการเขินอายใดๆเกิดขึ้น บอกแล้วว่า โลกนี้มีเพียงเขาสองคน
ไม่แปลกเลยที่สังคมเมืองไทย ลามเลยไปจนถึงสังคมโลกสมัยนี้
เราๆท่านๆ จะได้เห็นข่าว แม่ฆ่าลูก อยู่เป็นประจำ แม่ตกเป็นจำเลย
ถูกตราหน้าว่าใจยักษ์ … แต่ไม่เคยเห็นหน้าผู้บัญชาการหนังม่าน ออกมาร่วมกันรับผิด
ในสิ่งที่ร่วมกันกระทำเลยสักคน ….
บางคนสำนึกดี สะกดคำว่าคุณธรรมเป็น ก็ยอมรับและสานต่อในสิ่งที่ตนทำผิดให้เป็นสิ่งถูก
บางคนคิดเข้าข้างตัวเอง…ก็ผมยังไม่พร้อม ให้เกิดมาก็เป็นบาปเปล่าๆ สู้ให้เค้าไปซะ เป็นทางออกที่ใจดีที่สุดแล้ว
แล้วเคยถามไอ้ก้อนเนื้อที่คุณเสกเข้าท้องกันมั๊ยว่า…เค้าอยากอยู่ หรือ อยากตาย
เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่ เราแนะนำให้จูดี้ กับ จิมมี่ รู้จักกันแล้ว
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ เลขคณิตคิดง่ายๆที่มีสูตรเป็น 1+1=3
ปอยเป็นคนหนึ่งที่เกิดมาจากเด็กสาวอายุ 20 …
ขอบคุณแม่ ที่วันนั้นไม่ทำลายชีวิตปอย ขอบคุณหลวงพ่อที่ไม่หลีกหนีความรับผิดชอบ
ขอบคุณที่ท่านทั้งสอง เคยรักกันฉันสามีภรรยา และยังเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง ที่ดีต่อกัน
จนปัจจุบัน
รถเคลื่อนตัวไปได้อีกหน่อย ก็ผ่านหน้า ราชภัฎวสนสุนันทาพอดี มีพ่อลูกคู่หนึ่งขึ้นมา
ปอยคาดเดาเอาว่า ลูกพาพ่อมาหาหมอ เพราะลุงคนนั้นแกมีสายยางอาหาร
เสียบติดอยู่ที่จมูก
พร้อมกับในมือถือถุงพลาสติกใส่อ้วกมาด้วย … สองพ่อลูกแต่งตัวซอมซ่อ
เป็นชุดสีทหารที่บรรดาลูกน้องที่โรงงานปอยชอบใส่กัน….
ลูกชายอายุราวๆ 25น่าจะได้ ท่าทางภายนอกดูเซื่องๆ ซื่อๆ
ส่วนพ่อน่ะแก่มากแล้ว และป่วยหนัก
2คนพ่อลูก ทุลักทุเล เพราะพ่อแกอ้วกอยู่เกือบจะตลอดเวลา
แต่สายตาแกยังสู้อยู่ สังเกตุจากการที่แกไม่ยอมให้ใครช่วยพยุง
แม้จะดูเหนื่อยหอบมากมายก็ตาม
อะไรวะเนี่ย เมื่อกี้เพิ่งจะได้ดู หวานมันฉันคือเธอไปแหมบๆ
ใครเปลี่ยนช่องเป็น วงเวียนชีวิตวะเนี่ย
ปอยสงสาร แต่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าส่งความสงสารผ่านผิวหนัง
ไม่กล้ามองแก กลัวสายตาสงสารชัดเจนเกินไป แล้วแกจะอาย …
ใจอยากให้ตังค์แกนั่งแท็กซี่ไปเหอะ แต่ก็กลัวแกจะหาว่าเราไปดูถูก
ซึ่งจริงๆ แกอาจจะเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองก็ได้…แต่ท่าจะยาก
เห็นลุงคนนี้แล้วทำให้ปอยนึกถึงปู่ที่บ้าน…ดีแค่ไหนแล้วที่ปู่ปอยไม่ต้องแบกสังขารร่วงโรย
มาตรากตรำ โหนรถเมล์ไปรักษาตัวแบบนี้…ชีวิตคนเรา มันต่างกันจริงๆ
เช้าวันุร่งขึ้นปอยออกจากบ้าน เดินผ่านสวนสาธารณะของหมู่บ้าน
เพิ่อจะไปขึ้นรถตู้มาทำงาน
เช้าๆ หมู่บ้านนี้ จะมีบรรดาผู้ห่วงใยในสุขภาพตนเอง มาวิ่งออกกำลังกายทุกวันๆ
มีคุณพ่อครอบครัวหนึ่ง มากับลูก2คน…คุณพ่อใส่ผ้าปิดจมูก
ที่มือกำลังจับรถเข็นเด็กแล้วดันรถเข็นนั้น ให้วิ่งไปพร้อมๆกับตัวเอง
ในรถเข็นมีเด็กทารก ชูมือสองข้างหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
ด้านหลังคุณพ่อ มีลูกชายวันประมาณ 5ขวบ…สวมกางเกงสีขาว เสื้อยืดสีเหลืองอ่อน
สีเดียว แบบเดียวกับคุณพ่อแป๊ะ…ใส่ผ้าปิดจมูก วิ่งตามหลังคุณพ่อ
สามชีวิต วิ่งเป็นวงกลม รอบสนามฟุตซอลของหมู่บ้าน….เป็นภาพที่ปอยเห็นแล้ว น่ารักจัง
ตั้งแต่มีบ้าน ปอยอยากมีชีวิตที่ ได้อยู่กับบ้านมากขึ้น ทำงานที่บ้าน อยากมีตูดติดบ้าน
ได้ดูแลคนที่บ้านอย่างใกล้ชิดมากกว่านี้…
ได้นอนมองเพดานบ้านได้นานกว่านี้
แต่ตอนนี้คงยังทำอย่างนั้นไม่ได้…แต่อีกไม่นาน วันนั้นมันจะต้องมาถึง
เหมือนๆกับที่วันนั้น ของใครๆหลายคน มันจะต้องมาถึงในสักวัน
ถ้าเราไม่มัวแต่นอนรอวันนั้น
ถ้าเราไม่มัวแต่ละเมอถึงวันนั้น
แต่เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ไปถึงวันนั้นซะที ให้ได้
วันอัปยศวันนั้น ของคู่หวานมัน ต้องมาถึงแน่ๆ
ถ้าเขาทั้งคู่ ยังไม่รู้จักคำว่า ยางอาย
วันแห่งความสุขวันนั้น ของคุณลุง ต้องมาถึงอีกไม่ช้า
ถ้าคุณลังยังใจสู้ และมีลูกดีดี อยู่แนบกาย
วันนั้น อีกไม่นานหรอกค่ะ

ติดตามอ่านนะครับ แต่รู้สึกว่าเจ้าของจะขี้เกียจเขียนไปหน่อย
ป่าวขี้เกียจ…พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่างค่ะ
แต่ก็ยังมรเรื่องดีๆ มาให้พวกเราได้อ่านกัน
ขอบคุณค่ะ
บทนี้ ช่วงแรกๆอ่านแล้วสำนวนเหมือนจะแปลกไปนะครับ