4 พฤษจิกายน 2551
มันเป็นวันเบื่อๆจริงๆนะ เบื่อมานาน
เคยคิดมั๊ยว่า ทำไมชีวิตคนเรามันต้องดิ้นรนสู้กันไปถึงขนาดนี้
ถ้าเราแค่ปลูกผัก ปลูกข้าว จับปลา….
แค่เราย้อนกลับไปใช้ชีวิต วิถีดั้งเดิม เราจะสบายกว่านี้มั๊ย
มีความสุขกว่านี้มั๊ย
คิดทบทวนแล้วทบทวนอีก ได้คำตอบที่ถามเองตอบเองว่า
ไม่หรอก เพราะถ้าเรายังมีกิเลส ชีวิตมันก็จะย้อนกลับมาในรูปแบบเดิมๆ
เฉกเช่นที่มันเป็น….
ปอยเป็นคนที่มีความทุกข์บนความสุขของตัวเอง
และขณะเดียวกันก็มีความสุขบนความทุกข์ของตัวเอง
กล้วยทอดเอ๊ย…ไม่มีอะไรสมดุลสักอย่าง
อย่าถามนะว่า ถ้าให้ย้อนเวลากลับไป จะไปแก้ไขอดีตอะไรบ้าง
เพราะถ้าทำได้ปอยเลือกที่จะอยู่กับเวลา ณ ปัจจุบัน
อดีต คือ อดีต จะไม่ไปแก้ไขอะไรทั้งนั้น เพราะปอยเชื่อว่า
ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ ปอยก็คงจะทำและปฏิบัติเหมือนเช่นวันเวลาที่ผ่านมา
ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน
เพราะเหตุการณ์แต่ละอย่างเราไม่เคยรู้อนาคต และเรามีวุฒิภาวะเพียงเท่านั้นจริงๆ
และที่สำคัญ อดีตมันพาปอยมาเจอคนในปัจจุบัน ปอยกลัวว่าถ้าอดีตเปลี่ยน
คนในปัจจุบันจะไม่มีตัวตน
เฮ้ยย กล้วยทอดจริงๆคนเรา ไม่มีอะไรสมบูรณ์ หรือ เพียงพอแต่พอดีสักอย่าง
เมื่อวาน (3 /10/51) เวลา 2 ทุ่ม ปอยเดินทางกลับบ้าน
เจอคุณตาแก่ๆคนเดิมที่เจอบ่อยๆ ถ้าปอยกลับบ้านเวลานี้
คุณตาจะนั่งขายปลาตะเพียนสานตัวละ 10 บาทอยู่บนสะพานลอย
ปอยซื้อแกคราวละ 2 ตัวทุกครั้ง ถ้าเจอแก
แกจะไหว้เราทุกครั้งที่อุดหนุน เห็นคุณตาแล้วนึกถึงปู่ที่บ้าน
ดีแค่ไหนแล้ว ที่ปู่มีลูกหลานดูแล มีข้าวกินทุกมื้อ ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งขายของ
คุณตาแกคงไม่มีใคร คุณตาหน้าตาน่ารักเชียว
ปอยเดินผ่านแกไปแล้ว ด้วยตอนนี้เองปอยก็อยากรีบกลับบ้าน
หิวข้าว เหนื่อย และ จิปาถะ แต่สายตาก็เดินเหลือบมองคุณตาจนเหลียวหลัง
มันเหมือนเรายังทำอะไรไม่เสร็จ ตัดสินใจเดินกลับไปใหม่
ตา..เอาสองตัวจ้ะ
ตัวละ10บาท ขอบคุณๆ (พร้อมกับยกมือไหว้เรา..ตูจะอายุสั้นมั๊ยเนี่ย)
จริงๆไปให้คุณตาไหว้บ่อยๆก็ดี เพราะปอยชักอยากจะอายุสั้น
ตอนนี้ที่ห้องปอยมีปลาตะเพียนหลายตัวแล้ว
หวังว่าคุณตาจะมีลูกหลานกลับมาดูแลหลายๆคนบ้าง…สาธุ