11/12/50 (เวลา 19.00 น.)
“ขอบคุณทุกท่าน ที่ช่วยเหลือกระผม”
“เงินของท่านเป็นทุน ในการศึกษาเล่าเรียน ของกระผม”
นี่เป็นข้อความที่เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน บนกระดาษแข็งสีขาว
มันวางพาดอยู่ที่กล่องกระดาษ ซึ่งคลุมด้วยถุงพลาสติกสีฟ้า
บนกล่องกระดาษ มีกล่องใส่แซกโซโฟน…เปิดอ้า รอรับเศษเงิน
เจ้าของข้อความที่ว่า กำลังตั้งหน้าตั้งตาเป่าแซกโซโฟนเพลง
“one moment in time”
หลับตาพริ้ม ตัดผมเกรียน สวมเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นสีขาว กางเกงผ้าเวสปอยท์สีกรมท่า
รองเท้าผ้าใบสีดำ
………….
………….
ปอยเจอเค้า บนสะพานลอยอนุสาวรีย์ (อีกแล้ว)
เค้ายืนปฏิบัติภาระกิจ อยู่บนสะพานลอย ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี
ด้านหน้าเป็นสถานีรถไฟฟ้า ขวามือเป็นตึก สะอาด ศิริพัฒน์ ซ้ายมือ มีเทศกิจ 3 นาย
กำลังยืนแทะ เมล็ดแตงโมตรามือ อย่างเมามัน
ปอยหยุดยืนมองดูเค้า ฟังเค้าเล่นเพลง เล่นได้ดีทีเดียว
อย่างน้อยก็เล่นให้ปอยฟังออก ว่าเป็นเพลงอะไร…..
ปอยล้วงเงินในกระเป๋า ใส่กล่องแซกโซโฟน
อยากมีส่วนร่วมในการสมทบทุนการศึกษา
อยากสนับสนุนคนสู้ชีวิต ที่พยายามไขว่คว้าอนาคตที่ดี มาให้ตัวเอง
ในเมื่อบ้านนี้ เมืองนี้ สังคมนี้ รวมไปถึงสังคมโลก
ยังต้องการกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่เรียกว่า”ใบปริญญา”
เพื่อเป็นเครื่อง การันตี ความสามารถในการทำงาน
สำคัญนะ มันเหนื่อยจริงๆ กว่าเราจะมาถึงจุดๆหนึ่ง ที่หลายๆคนยอมรับ
เชื่อมั่นในความสามารถของเราได้ โดยปราศจากใบแห่งเกียรติยศ ที่ว่า
ปอยผ่านจุดนั้นมาแล้ว อย่างลำบาก แสนเข็ญ….เพราะว่าไม่มีใบอะไร สักใบ
ที่จะสามารถเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า “ฉันทำงานให้คุณได้…อย่างดีเยี่ยม”
มีแค่สมองโง่ๆ หนังหน้าด้านๆ และสันดานไม่ยอมแพ้
หลายๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาตลอดชีวิต เป็นเครื่องการันตีได้ว่า
“คนบ้า”มีอยู่เยอะจริงๆ ในโลกใบนี้
อย่างน้อย ก็บรรดาเจ้านายทั้งหลายแหล่ที่รับปอยเข้าทำงานนี่แหละ
ถ้าคนเรา ไม่งอมืองอเท้า ไม่ท้อและมัวแต่โทษโชคชะตาที่ตัวเองลืมไปแล้วว่า
เรานั่นแหละทำให้มันเกิดขึ้นมาเอง…ไม่เกี่ยวกับพี่โชค
ยอมรับ โดยไม่หลอกตัวเองซะว่า…ไม่มีถนนเส้นไหนปูพรมให้เราเดินไปได้..ตลอดเส้นทาง
มันต้องมีนิ่มบ้าง แข็งบ้าง และเจ็บบ้างเวลาเดิน
จงดีใจซะเถอะ ที่เรายังเดินได้ เมื่อไหร่ที่เรายังไม่ขี้เกียจหายใจ
คำว่าหมดหนทาง จะไม่มีวันเกิดขึ้น ในพจนานุกรมของเรา
ให้ตังค์น้องเค้าไปแล้ว ก็นึกในใจว่า (อืม…มันไม่คิดจะลืมตามาดูตังค์ในกล่องมั่งรึไงเนี่ย)
เดินผ่านเด็กคนนี้มาได้ยังไม่ทัน สองหมายิ้มดี
ก็มาสะดุดกับสาวสวยพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง
ใส่สูทสีเทา กระโปรงสั้น ถุงน่องดำ
ยืนร้องโอ้กอ้ากๆอยู่กับผู้ชายท่าทางตื่นๆ
มือซ้ายผู้ชายถือถุง มือขวาลูบหลัง…โอ้กๆๆ…อ้อ มันอ้วกนี่หว่า
ปากก็พร่ำบ่น “ไอ้เหี้ย…มันหลอกกู”(อันนี้เรียกว่าบ่นมั๊ย)
เท่ห์มาก คนงามจะหมดงามก็คราวนี้
ขณะนั้นเวลา 19.00 นาฬิกา กินเหล้ายี่ห้ออะไรเข้าไป
อะโหยแม่คุณ เมาปลิ้นซะแล้ว…อกหักยืนอ้วกมันกลางสะพานลอยนี่ซะ….
น้องสาวปอยเคยอกหัก น้องเก๋ร้องไห้ลั่นบ้าน เหมือนปอปโดนข้าวสารเสก
แม่ปอย ใจจะขาดที่เห็นลูกเจ็บ ยืนเกาะประตูห้องร้องเรียก”เก๋เป็นไงมั่งลูก เก๋ๆๆเก๋ลูก”
เรียกอยู่นั่น เหมือนกลัวลูกจะลืมชื่อตัวเอง….
ถ้าแม่ของสาวสวยสะพานสูงคนนี้ มาเห็นลูกตัวเองในสภาพนี้
อกหัก รักคุด มีตุ๊ดยืนลูบหลัง….อืม
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นแหล่งรวมสารอาหาร จริงๆ