ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน
คุ้นมั๊ยกับคำพูดประโยคนี้…ปอยดูละครเรื่องนี้แล้วตอนแรกตะหงิดๆ ละครแนวนี้มาอีกแล้ว
พระเอกตัวดำย้ายวิกมาเล่นซะด้วย…จะโหลยโท่ยเหมือนคมแฝกมั๊ยเนี่ย
ดูไปดูมาไม่เหมือนแฮะ … แถมได้มาดูฉากเรียกน้ำตาอีกต่างหาก
ฉากนี้พี่ป๋อทำเอาปอยตื้นตัน “ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน”
คำพูดประโยคเดียวกันนี้ปอยฟังมาตั้งแต่เด็กๆ เหตุเพราะปอยเกิดในครอบครัวข้าราชการ
ปู่เป็นปลัดอำเภอ ย่าเป็นครู และญาติโกโหติกาท่านอื่นๆล้วนแต่รับราชการกันทั้งสิ้น
ผิดก็แต่นังดำคนเนี้ยมันไม่เอาอ่าว…ไม่ไหวนะคะถ้าปอยต้องไปเป็นข้าราชการอีกคน
ขอแปลกแยกมันซะบ้างครอบครัวจะได้มีสีสัน ….
สมัยปอยเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆปอยมักตามป้าไปโรงเรียน ป้าปอยคนนี้เลี้ยงปอยมาตั้งแต่เด็ก
เรียกได้ว่าเป็นแม่คนที่2ของปอยเลยก็ได้..ติดสอยห้อยตามกันไปทุกหนทุกแห่ง
บ้านปอยอยู่ลาดกระบัง ป้าปอยคนนี้ได้บรรจุเป็นครูสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนวัดหนองแค จ.สระบุรี
ป้าและปอยจะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อนั่งรถเมล์ไปที่ขนส่ง ต่อรถทัวร์ไปลงปากทางหนองแค
ต่อมอเตอร์ไซค์ของลุงเจ้าประจำเข้าไปที่โรงเรียน…
ทำแบบนี้ทุกวันๆๆๆ ใช้เวลาเป็นปีๆกว่าป้าปอยจะได้บ้านพักครู ถึงค่อยสบายหน่อย
ไม่ต้องเดินทางไกลทุกวันๆแบบนี้…
เวลามีงานวัดบรรดาครูๆทั้งน้อยและใหญ่จะต้องไปช่วยงานวัด จัดดอกไม้ ทำอาหารฯลฯ
เวลามีใครป่วยแทนที่ชาวบ้านจะพาไปหาหมอ กลับพามาหาครูก่อน
ป้าปอยมีนิสัยชอบอาสา อาสาทำนู่นทำนี่ ทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้
ทุกวันนี้ป้าปอยย้ายเข้ามาเป็นครูใกล้บ้าน ป้าปอยเลือกที่จะเป็นครูประจำชั้นอนุบาล
เพราะแกรักเด็ก แกมักจะหอบเอาปลอกหมอน ผ้าห่มของเด็กๆที่เอาไว้ใช้นอนกลางวันที่โรงเรียนกลับมาซักที่บ้านอาทิตย์ละครั้ง เสมอๆ
แกว่าซักเองสะอาดกว่า ให้ภารโรงซักเขาทำไม่สะอาด
ปอยไม่รู้หรอกว่าข้าราชการหน่วยงานไหนสบายหรือลำบากที่สุด
แต่ชีวิตปอยสัมผัสแต่ข้าราชการครู เพราะทั้งตระกูลเป็นครู ปอยเห็นการทำงานของบรรดาครูๆที่บ้านแล้วอยากให้ข้าราชการหน่วยงานอื่นขยันได้โล่แบบที่บ้านปอยจัง
ปอยอยากจะรู้นักว่าจะมีข้าราชการหน่วยงานไหนที่เอางานกลับมาทำที่บ้านแบบครูมั่ง
ตำรวจคงไม่เอาผู้ร้ายมาสอบปากคำที่บ้าน
ทหารคงไม่ถือปืนยืนคุมหน้าบ้านตัวเอง
ยิ่งข้าราชการที่ประจำอยู่ สนง.เขตยิ่งแล้วใหญ่ ปอยไม่เคยไปที่อำเภอไหน เขตไหนแล้วเจอนางฟ้าหรือเทวดาสักที … ส่วนใหญ่จะเจอแต่ยักษ์ขี้เกียจ
ปู่ปอยเป็นปลัดเกษียณราชการโดยการรับบำเหน็จ ย่าปอยรับบำนาญ
ทุกเดือนๆปู่จะต้องเดินทางไปรับเงินบำนาญให้ย่าที่ท่าดินแดง มีอยู่ครั้งหนึ่งปอยไปเป็นเพื่อนปู่ด้วย…ปอยเห็นการกระทำของปู่ที่ทำต่อเจ้าหน้าที่หญิง และเจ้าหน้าที่หญิงทำต่อปู่ปอยแล้ว
ขอบอกว่าปอยรับไม่ได้อย่างแรง …
ปู่ปอยยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เซ็นจ่ายเงินและสกิดให้ปอยไหวยัยคนนี้ด้วย
ยัยอ้วนนี่ดูจะอายุน้องกว่าป้าปอยซะอีกแถมนั่งทำหน้าหยิ่งรับไหว้ปู่ปอยด้วยการพยักหน้า ครั้งนั้นปอยจำได้ว่าปอยถามปู่ว่า
“ทำไมต้องไหว้”
“ไหว้สิเราเป็นเด็ก”
“ปอยหมายถึงทำไมคุณพ่อต้องไหว้เรามาขอเงินเค้าเหรอ”
นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ปอยดื้อกับปู่ ปอยไม่ยอมไหว้ผู้หญิงคนนั้นทั้งๆที่ถ้าเราคิดซะว่ามันเป็นแค่การทักทายตามประเพณีไทยซะก็สิ้นเรื่อง..แต่ปอยเห็นสีหน้าอยากได้เหลือเกินของสตรีปีุกุนท่านนั้นแล้วปอยจึงจำเป็นที่จะต้อง…ไม่ให้
ทำไมน๊อ..ข้าราชการไทยที่ชอบให้ประชาชนพินอบพิเทายังมีอยู่เกลื่อนกลาด
แต่ละคนพูดจามะนาวไม่มีน้ำเหมือนคนที่หย่อนการอบรม แม้แต่ปู่ปอยที่เป็นข้าราชการบำเน็จ
ยังต้องไปยกมือไหว้มัน ข้าราชการไทยมันจะน่าอิดหนาระอาใจไปอีกนานแค่ไหน
ทำไมน๊อ…คิดไปคิดมาให้นึกย้อนไปถึงสมัยที่บ้านเมืองยังเป็นระบบเจ้าขุนมูลนาย
อ้อ…สมัยนั้นประชาชนตาดำๆต้องคลานไปหาท่านเจ้าคุณด้วยซ้ำทั้งๆที่ประชาชนส่งส่วยเข้าหลวงมาให้มูลนายทั้งหลายกินใช้..เจ้าคุณตะคอกทีฉี่ประชาชนแทบราด
สมัยนี้วิญญาณเจ้าคุณคงยังไม่ไปไหนยังอยากที่จะตะคอกประชาชนเหมือนสมัยนุ่งผ้าม่วงอยู่
ท่าทางจะระลึกชาติกันนานเกินไป
โดยเฉพาะสมัยนี้ด้วยแล้วท่านเจ้าคุณก็ยังไม่ไป ยังคงสิงสถิตย์ไปทั่วหัวเมืองเหนือใต้
เว๊นเวร….
One Stop Service.
เมื่อไหร่น๊อประโยคนี้บนที่ว่าการอำเภอจะเป็นประโยคที่ใช้ได้จริงๆซะที
