<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมุดบันทึกของปอยอลิน</title>
	<atom:link href="http://www.poyalin.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.poyalin.com</link>
	<description>เรื่องราว มุมมอง ความคิด ในวันบางวัน...</description>
	<lastBuildDate>Sun, 13 May 2012 17:27:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>โจรเมืองมุก</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 May 2012 17:19:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=616</guid>
		<description><![CDATA[ค่ำคืนวันที่ 23 เมษายน ของเมืองมุกดาหาร ปอยและญาติๆนั่งสังสรรค์กันอยู่ภายในบริเวณบ้าน เพราะวันนั้นเป็นวันขึ้นบ้านใหม่ของอาปอย ที่เกษียณตัวเองออกมาใช้ชีวิตบั้นปลายแสนสงบ พักผ่อนจากมะเร็งร้ายที่คุกคามไม่สำเร็จที่เมืองชายแดนแห่งนี้ ประจวบกับที่ปอยและป้า พาปู่กับพี่แพท มาอยู่กับลำน้ำโขงใสเย็นซะในคราวเดียวกัน ครอบครัวปอยเป็นครอบครัวที่ชื่นชอบความบันเทิงกันบ้างเป็นครั้งคราว และในคราวนี้เป็นคราวที่ญาติๆมารวมตัวกันเกือบจะพร้อมหน้า ไหนเลยจะนั่งกับเงียบๆใช่ไหมคะ เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วที่มันต้องมีเสียงเพลงเสียงดนตรีให้รื่นหูกันอยู่บ้าง เราสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ปอยที่ถึงแม้ว่าจะสนุกไม่ออกก็ยังพลอยทำสนุกไปกับพวกเขาด้วย เราร้องคาราโอเกะ ที่อาปอยไปหยิบยืมเครื่องเสียง พร้อมจอมอนิเตอร์ใหญ่ยักษ์ มาจากลูกศิษย์อย่างสนุกสนาน งานเริ่มดึก คนก็เริ่มซา โดยเฉพาะบรรดาคนที่คิดว่าตัวเองอายุมาก จากคนนับสิบ เหลือคนที่ไม่ยอมไปไหนอยู่ 4คน คือปอย น้องชาย น้องสาว และป้าที่ลืมแก่อยู่ตลอดเวลา เรานั่งคุยกันอย่างออกรส พร้อมเปิดเพลงเบาๆ ด้วยเกรงใจเพื่อนบ้านว่ามันก็ดึกดื่นมากไปแล้ว (เวลานั้นราวๆ ตี2) ขณะที่เราคุยกันนอยู่อย่างสนุกสนาน พลันก็มีเสียงที่ไม่คาดคิด ชายหนุ่มวัยประมาณ 20 ต้นๆ กระโดดข้ามรั้วบ้านของเราเข้ามาภายในบริเวณบ้าน แล้ววิ่งมาบอกว่า &#8220;พี่ครับๆ ช่วยผมด้วย เพื่อนผมโดนแทงปางตาย ผมหนีเค้ามาเนี่ยมันนวิ่งตามผมมาด้วย เพื่อนผมโดนแทงปางตายอยู่ที่ตลาดอ่ะ&#8221; พูดไป พร้อมกับที่จะวิ่งเข้าไปภายในตัวบ้าน น้องชายปอยร้องบอก &#8220;อย่าเข้าบ้านนะ อย่าเข้าบ้าน&#8221;แล้วหันมาบอกป้าปอยว่า &#8220;ป้าติ๋มดูไว้ก่อนนะ&#8221; น้องชายปอยหายเข้าไปในบ้านสักพัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ค่ำคืนวันที่ 23 เมษายน ของเมืองมุกดาหาร<br />
ปอยและญาติๆนั่งสังสรรค์กันอยู่ภายในบริเวณบ้าน เพราะวันนั้นเป็นวันขึ้นบ้านใหม่ของอาปอย<br />
ที่เกษียณตัวเองออกมาใช้ชีวิตบั้นปลายแสนสงบ พักผ่อนจากมะเร็งร้ายที่คุกคามไม่สำเร็จที่เมืองชายแดนแห่งนี้<br />
ประจวบกับที่ปอยและป้า พาปู่กับพี่แพท มาอยู่กับลำน้ำโขงใสเย็นซะในคราวเดียวกัน</p>
<p><span id="more-616"></span></p>
<p>ครอบครัวปอยเป็นครอบครัวที่ชื่นชอบความบันเทิงกันบ้างเป็นครั้งคราว และในคราวนี้เป็นคราวที่ญาติๆมารวมตัวกันเกือบจะพร้อมหน้า<br />
ไหนเลยจะนั่งกับเงียบๆใช่ไหมคะ เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วที่มันต้องมีเสียงเพลงเสียงดนตรีให้รื่นหูกันอยู่บ้าง<br />
เราสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ปอยที่ถึงแม้ว่าจะสนุกไม่ออกก็ยังพลอยทำสนุกไปกับพวกเขาด้วย<br />
เราร้องคาราโอเกะ ที่อาปอยไปหยิบยืมเครื่องเสียง พร้อมจอมอนิเตอร์ใหญ่ยักษ์ มาจากลูกศิษย์อย่างสนุกสนาน</p>
<p>งานเริ่มดึก คนก็เริ่มซา โดยเฉพาะบรรดาคนที่คิดว่าตัวเองอายุมาก<br />
จากคนนับสิบ เหลือคนที่ไม่ยอมไปไหนอยู่ 4คน คือปอย น้องชาย น้องสาว และป้าที่ลืมแก่อยู่ตลอดเวลา<br />
เรานั่งคุยกันอย่างออกรส พร้อมเปิดเพลงเบาๆ ด้วยเกรงใจเพื่อนบ้านว่ามันก็ดึกดื่นมากไปแล้ว (เวลานั้นราวๆ ตี2)<br />
ขณะที่เราคุยกันนอยู่อย่างสนุกสนาน พลันก็มีเสียงที่ไม่คาดคิด</p>
<p>ชายหนุ่มวัยประมาณ 20 ต้นๆ กระโดดข้ามรั้วบ้านของเราเข้ามาภายในบริเวณบ้าน<br />
แล้ววิ่งมาบอกว่า<br />
&#8220;พี่ครับๆ ช่วยผมด้วย เพื่อนผมโดนแทงปางตาย ผมหนีเค้ามาเนี่ยมันนวิ่งตามผมมาด้วย เพื่อนผมโดนแทงปางตายอยู่ที่ตลาดอ่ะ&#8221;<br />
พูดไป พร้อมกับที่จะวิ่งเข้าไปภายในตัวบ้าน น้องชายปอยร้องบอก &#8220;อย่าเข้าบ้านนะ อย่าเข้าบ้าน&#8221;แล้วหันมาบอกป้าปอยว่า &#8220;ป้าติ๋มดูไว้ก่อนนะ&#8221;</p>
<p>น้องชายปอยหายเข้าไปในบ้านสักพัก ไอ้วัยรุ่นมันก็ยังพร่ำพูดว่า &#8220;เพื่อนผมโดนแทงอ่ะ ปางตายเลยนะ ผมหนีมาจากตลาด&#8221;<br />
ในใจปอยนึก ตลาดกับบ้านอากูมึงวิ่งหนีมานี่ได้นี่มึงเป็นทีมชาติเลยนะ</p>
<p>ผ่านไปไม่กี่นาทีน้องชายปอยออกมาจากบ้าน ตรงไปที่รถ ไขกุญแจ<br />
ระหว่างนั้น วัยรุ่นใจร้อน ยังพร่ำบอกว่าตัวเองโดนรุมทำร้าย และขอให้น้องชายช่วยไปส่ง<br />
&#8220;พี่ๆๆ พี่ไปส่งผมที่บ้านหน่อยนะ ผมกลัว&#8221; แน๊ แผนสูงซะด้วย แต่สูงไม่พ้นรั้วบ้านกูหรอก</p>
<p>น้องชายไขกุญแจรถได้ก็ก้มหยิบของในรถ และเปิดกระเป๋าที่เก็บมันออก ควักออกมากระชับแน่นไว้ในมือ<br />
พร้อมกับพูดว่า &#8220;ขอโทษนะ พี่ช่วยน้องไม่ได้จริงๆ&#8221; วัยรุ่นใจร้อนก้มหน้าลงมองดูของในมือ เขาตัดสินใจไวเท่าความใจร้อนของตัวเอง<br />
กระโดดกลับไปทางเดิมที่ตัวเองเคยกระโดดเข้ามา แล้ววิ่งหายไปกับความมืด โดยไม่มีแม้แต่เีสียงของกลุ่มนักเลงที่ตามราวีหมายจะเอาชีวิตอย่างที่เล่า</p>
<p>โถ&#8230;.ไอ้โจรกระจอก น้องชายปอยหยิบปืนออกมาค่ะ ปืนแมกกาซีนไม่ทราบรุ่น เพราะถึงทราบปอยก็จำไม่ได้ เงาวับสีเงินสวย<br />
กระชับอยู่ในมือขวา พร้อมลั่นไกถ้าวัยรุ่นใจร้อนจะใจร้อนสมชื่อ<br />
อาปอยสอนให้ลูกชายพกปืน และให้ซื้อไว้ในครอบครองอย่างถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันตัว ถ้าปะเหมาะเคราะห์ร้าย ไอ้โจรกระจอกมันพาพวกเข้าบ้านเป็นพะเรอเกวียน<br />
อาปอยที่นอนหลับๆตื่นๆอยู่ในบ้าน ก็ยังมีปืนอยู่อีกสองกระบอกที่สามารถจะลั่นไกได้ตลอดเวลา ถ้ามีผู้ร้ายมาเยี่ยมบ้าน</p>
<p>เมืองสงบๆอากาศเย็นสบายน่าอยู่อาศัย ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีโจรแผนต่ำ มาทำกลอุบายหลอกล่อเราได้<br />
ใจยังนึกว่าถ้าน้องชายปอยบ้าจี้ไปส่งมันที่บ้านจะเกิดอะไรขึ้น ป่านนี้คงเป็นศพนอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ไหนสักแห่ง แล้วก็เสียรถคันงามให้มันไปอย่างช่วยไม่ได้<br />
คนเรานะคะ เิกิดมาทั้งทีไม่คิดจะทำประโยชน์ให้กับคนอื่น ก็หัดทำให้กับตัวเองและพ่อ-แม่บ้าง<br />
อย่างน้อยชาวบ้านเขาก็จะสรรเสริญได้ว่า เออลูกไอ้หมามันเป็นคนดีนะไม่เคยทำให้พ่อแม่เดือดร้อน แทนที่จะสรรเสริญว่า ไอ้ชิบหายไอ้ชิงหมาเกิด</p>
<p>สงสัยมั๊ยคะว่าระหว่างเหตุการณ์นั้นปอยทำอะไรอยู่ ถึงได้จดจำเรื่องราวมาเล่าให้อ่านกันได้<br />
ปอยกำลัง นั่งจิบๆๆๆๆ อย่างใจเย็นอยู่ค่ะ &#8230;.. ทำไปด๊ายยยย คนเรา </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>my hero</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/my-hero.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/my-hero.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 14:09:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=604</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากส่งที่รักสู่สวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปอยกลับมานั่งคิดว่าตัวเองจะเริ่มต้นเดินหน้าต่อไปยังไงดี ใจกลับคิดได้ว่า ก็เดินตามทางที่พ่อให้สิ พ่อบนสวรรค์ที่ให้แต่สิ่งดีดีกับเราทั้งนั้น ปอยมีความคิดที่บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ก่อนตายขอฝากอะไรไว้ให้โลกจดจำ สักครั้งในชีวิต ขอทำคุณประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ที่ร่วมปู้ยี่ปู้ยำโลกใบนี้มาด้วยกัน เพื่อความสุขทางใจของตัวเองโดยแท้ สิ่งแรกที่ปอยได้ทำ และมันกำลังเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปในหนทางที่ควรจะเป็น คือการได้เข้าไปรู้จักกับคนพิการที่สู้ชีวิต ยิ่งกว่าเราๆท่านๆที่บ่นท้อแท้กับชีวิตของตัวเองที่เป็นอยู่ ส่วนตัวแล้วปอยมองว่าคนพิการเหล่านี้ เป็นฮีโร่ ฮีโร่ในความหมายตามความเข้าใจของเด็กๆ อาจหมายถึงวีรบุรุษผู้เก่งกาจ ฮีโร่ในความหมายตามความเข้าใจของคนหลายคน อาจหมายถึงผู้ปกป้องที่ไม่ต้องหวั่นอันตราย แต่สำหรับปอย ฮีโร่คือ ผู้เสียสละ คนพิการเหล่านี้เสียสละชิวิตของตัวเอง เป็นกำลังใจให้ใครอีกหลายล้านคนบนโลก โดยที่แม้แต่เจ้าตัวเองยังคิดไม่ถึง พิการ แปลว่า เสียอวัยวะ เสียไปจากสภาพเดิม แต่ปอยกลัมองว่าเขาเหล่านั้นได้สภาพใหม่ คนเราถ้ามัวแต่มองว่า สิ่งที่ตัวเองได้รับมันคือการสูญเสีย คนๆนั้นก็จะหมดโอกาสในการดำรงค์ชีวิตอย่างผาสุข เพราะวิญญาณความทุกข์มันเกาะกินในใจ ถ้าจะมองกันแบบเข้าใจ ปอยก็เป็นคนพิการคนหนึ่ง เพราะปอยเสียสูญเสียสามีที่เปรียบเสมือนอวัยวะหนึ่งในร่างกาย คือหัวใจ เราจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าเราขาดหัวใจที่ชุ่มชื่น แต่ความรักภายในใจกลับบอกว่าปอยต้องอยู่ให้ได้ ให้สมกับความเสียสละของเขาที่ชิงจากปอยไปในเวลานี้ เวลาที่ปอยยังมีแรงกระทำการดีดีเพื่อคนอื่นๆบนโลกอีกมากมาย ที่เขายังต้องการกำลังใจ วันนี้ปอยกำลังเริ่มต้นนะคะ คือการเดินทางไปปฏิบิติภาระกิจสุขใจ ที่จังหวัดพะเยา ปอยกำลังจะนำคอมพิวเตอร์ไปให้น้องสาวตาบอดคนหนึ่ง ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตา เพื่อให้เธอเอาไว้ใช้ในการเรียน วันที่ 17 นี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากส่งที่รักสู่สวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปอยกลับมานั่งคิดว่าตัวเองจะเริ่มต้นเดินหน้าต่อไปยังไงดี<br />
ใจกลับคิดได้ว่า ก็เดินตามทางที่พ่อให้สิ พ่อบนสวรรค์ที่ให้แต่สิ่งดีดีกับเราทั้งนั้น<br />
ปอยมีความคิดที่บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ก่อนตายขอฝากอะไรไว้ให้โลกจดจำ สักครั้งในชีวิต<br />
ขอทำคุณประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ที่ร่วมปู้ยี่ปู้ยำโลกใบนี้มาด้วยกัน เพื่อความสุขทางใจของตัวเองโดยแท้</p>
<p><span id="more-604"></span></p>
<p>สิ่งแรกที่ปอยได้ทำ และมันกำลังเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปในหนทางที่ควรจะเป็น<br />
คือการได้เข้าไปรู้จักกับคนพิการที่สู้ชีวิต ยิ่งกว่าเราๆท่านๆที่บ่นท้อแท้กับชีวิตของตัวเองที่เป็นอยู่</p>
<p>ส่วนตัวแล้วปอยมองว่าคนพิการเหล่านี้ เป็นฮีโร่<br />
ฮีโร่ในความหมายตามความเข้าใจของเด็กๆ อาจหมายถึงวีรบุรุษผู้เก่งกาจ<br />
ฮีโร่ในความหมายตามความเข้าใจของคนหลายคน อาจหมายถึงผู้ปกป้องที่ไม่ต้องหวั่นอันตราย<br />
แต่สำหรับปอย ฮีโร่คือ ผู้เสียสละ</p>
<p>คนพิการเหล่านี้เสียสละชิวิตของตัวเอง เป็นกำลังใจให้ใครอีกหลายล้านคนบนโลก โดยที่แม้แต่เจ้าตัวเองยังคิดไม่ถึง<br />
พิการ แปลว่า เสียอวัยวะ เสียไปจากสภาพเดิม แต่ปอยกลัมองว่าเขาเหล่านั้นได้สภาพใหม่<br />
คนเราถ้ามัวแต่มองว่า สิ่งที่ตัวเองได้รับมันคือการสูญเสีย คนๆนั้นก็จะหมดโอกาสในการดำรงค์ชีวิตอย่างผาสุข เพราะวิญญาณความทุกข์มันเกาะกินในใจ<br />
ถ้าจะมองกันแบบเข้าใจ ปอยก็เป็นคนพิการคนหนึ่ง เพราะปอยเสียสูญเสียสามีที่เปรียบเสมือนอวัยวะหนึ่งในร่างกาย คือหัวใจ<br />
เราจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าเราขาดหัวใจที่ชุ่มชื่น แต่ความรักภายในใจกลับบอกว่าปอยต้องอยู่ให้ได้ ให้สมกับความเสียสละของเขาที่ชิงจากปอยไปในเวลานี้</p>
<p>เวลาที่ปอยยังมีแรงกระทำการดีดีเพื่อคนอื่นๆบนโลกอีกมากมาย ที่เขายังต้องการกำลังใจ<br />
วันนี้ปอยกำลังเริ่มต้นนะคะ คือการเดินทางไปปฏิบิติภาระกิจสุขใจ ที่จังหวัดพะเยา<br />
ปอยกำลังจะนำคอมพิวเตอร์ไปให้น้องสาวตาบอดคนหนึ่ง ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตา เพื่อให้เธอเอาไว้ใช้ในการเรียน<br />
วันที่ 17 นี้ ปอยจะได้เห็นเธอตัวเป็นๆ แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปได้ยังไง (ใครก็ได้พาไปทีเห๊อะ)</p>
<p>ครั้งหนึ่งปอยได้มีโอกาสรู้จักกับคนพิการคนหนึ่ง ในร้านเขียนรูปที่ปอยเคยไปทำงานอยู่<br />
พี่เล็ก พิการตั้งแต่ช่วงสันหลังลงมาถึงฝ่าเท้า เดินไม่ได้ต้องนั่งวิลแชร์ แต่เขาสามารถวาดรูปได้<br />
พี่เล็กไปเรียนการวาดภาพสีน้ำมันมาจาก ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรค่ะ<br />
ปอยเห็นฝีมือของพี่เล็กแล้วรู้สึกทึ่งในความพยายาม ไม่ใช่ความพยายามในการวาดภาพนะคะ แต่เป็นความพยายามในการสู้ชีวิต<br />
แกไม่ท้อค่ะ ทั้งที่เมียก็ทิ้ง ลูกก็ต้องเลี้ยง งานก็ไม่มีจะทำ</p>
<p>เห็นมานักต่อนักแล้ว ที่คนมีแขนมีขา ตีลังกาหกหน้าหกหลังได้<br />
แต่นั่งร้องคร่ำครวญกับชีวิตที่โหดร้าย ปอยมองแล้วนึก มันเลวร้ายมากมั๊ยชีวิตมึงเนี่ย</p>
<p>ตอนนี้ปอยก็กำลังสู้กับชีวิตของตัวเองค่ะ บ้านจะโดนยึด หนี้สินล้นพ้นตัว<br />
แต่ปอยเชื่อว่า เมื่อเราทำสิ่งดี สิ่งดีต่างๆในใจเรา จะทำให้ใจเรามีสติที่จะหยุดฟังเสียงๆหนึ่ง เสียงที่จะทำให้เราไม่เหนื่อยอีกต่อไป<br />
ขอให้ทุกคนได้ยินเสียงนั้นในสักวันหนึ่ง เหมือนกับที่ปอยกำลังได้ยินค่ะ</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=1336008576910.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/1336008576910.jpg" border="0" alt="1336008576910 my hero"  title="my hero" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/my-hero.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เยือนเมืองมุก</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 May 2012 21:49:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=591</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากโพสท์เรื่อง มีนากับเมษาไปเมื่อไม่นานมานี้ เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด มันก็มาเกิดเอากับชีวิตจริงๆ ต่อไปนี้ปอยคงไม่ต้องฉลองวันเกิดที่โรงพยาบาลอีกเพราะเมษาไม่อยู่แล้ว วันเกิดปีหน้าปอยคงได้นั่งอยู่หน้าบ้านแทนที่จะเป็นหน้าเตียงคนไข้ ในชีวิตคนเรามีสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดแต่ก็เกิดขึ้นมากมาย วัยรุ่นหนุ่มสาว แรกรัก ให้กำเนิดลูกน้อยน่ารักที่ เขาไม่ได้อยากให้เกิด หนุ่มสาววัยทำงาน จำเป็นต้องออกจากงานกระทันหันเพราะเหตุอุทกภัยที่ ไม่มีใครอยากให้เกิด ชายชราวัยหกสิบ ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตหลังจากรับบำนาญได้เดือนเดียว ใครล่ะจะอยากให้เกิด ความผิดหวังเลวร้ายเหล่านี้ ใครอนุญาตให้เกิด ไม่หรอกไม่มีใครจะใจร้ายอนุญาตให้เกิด แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต มันทำให้ชีวิตเราเป็นชีวิตมากขึ้นต่างหาก ปอยคิดแบบนั้น ทุกครั้งที่ปอยหันไปมองรอบๆบ้าน บ้านที่เคยมีใครคนนั้นอยู่ด้วยกับเราทุกลมหายใจ แต่ตอนนี้กลับต้องอยู่คนเดียว มันทำให้คิดว่า ดีแล้วที่เขาไปก่อนเรา ดีแล้วที่เขาไม่ต้องนึกถึงภาพเก่าๆที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ดีแล้วที่เราไม่ได้ทิ้งเขาไว้ข้างหลังให้ต้องทนคิดถึงเรา ดีแล้วที่เป็นเราเองที่เป็นฝ่ายคิดถึงเขา ปอยพาพี่แพทไปมุกดาหาร ส่งเขาไปกับสายน้ำเย็นฉ่ำของลำน้ำโขง ปีนี้โขงแล้ง น้ำไม่ค่อยเต็มตลิ่งเท่าไหร่ แถมอากาศก็ร้อนแสบหนังอีกต่างหาก เราเหมาเรือออกไปสู่กลางลำโขงหรือส่วนที่คิดว่าน้ำลึกที่สุด ที่มุกดาหารคิดค่าเรือ เจ็ดร้อยบาทค่าใส่ซองพระที่ทำพิธีอีกหนึ่งพันบาท ปอยเป็นคริสเตียนแต่ที่บ้านนับถือพุทธคิดว่าเอาน่าอะไรที่ทำแล้วที่บ้านสบายใจ ไม่ตะขิดตะขวงก็ทำไป ถึงแม้ว่าในความเชื่อของปอยพี่แพทเขาจะไปอยู่กับพระเจ้าสบายไปแล้วก็ตามปอยก็ไม่ติดใจที่จะมากพิธี แต่ที่ติดใจอยู่แน่ๆก็คือ ซองพระหนึ่งพันบาทเสียดายเชียว ท่าเรือที่เราใช้บริการเป็นท่าเรือข้ามฟากสำหรับคนที่จะข้ามไปฝั่งลาวแขวงสวันเขต อ่านว่า สะหวันนะเขต ปอยคิดเอาไว้ว่า ถ้าเคลียตัวเองได้หมดจดไม่มีกังวลเรื่องไหนอีก จะแบ็คแพ็คไปเที่ยวลาวคนเดียวสักสองสามวัน คิดว่าอีกไม่นานนี้คงได้ไป ใจอยากจะเดินตามรอยสวัสดีหลวงพระบาง ภาพยนต์เรื่องโปรดดูสักหน่อยท่าจะดี ที่มุกดาหารมีตลาดที่นักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยอยู่ตลาดหนึ่ง คือตลาดอินโดจีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากโพสท์เรื่อง มีนากับเมษาไปเมื่อไม่นานมานี้<br />
เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด มันก็มาเกิดเอากับชีวิตจริงๆ ต่อไปนี้ปอยคงไม่ต้องฉลองวันเกิดที่โรงพยาบาลอีกเพราะเมษาไม่อยู่แล้ว วันเกิดปีหน้าปอยคงได้นั่งอยู่หน้าบ้านแทนที่จะเป็นหน้าเตียงคนไข้</p>
<p>ในชีวิตคนเรามีสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดแต่ก็เกิดขึ้นมากมาย<br />
วัยรุ่นหนุ่มสาว แรกรัก ให้กำเนิดลูกน้อยน่ารักที่ เขาไม่ได้อยากให้เกิด<br />
หนุ่มสาววัยทำงาน จำเป็นต้องออกจากงานกระทันหันเพราะเหตุอุทกภัยที่ ไม่มีใครอยากให้เกิด<br />
ชายชราวัยหกสิบ ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตหลังจากรับบำนาญได้เดือนเดียว ใครล่ะจะอยากให้เกิด<br />
<span id="more-591"></span></p>
<p>ความผิดหวังเลวร้ายเหล่านี้ ใครอนุญาตให้เกิด ไม่หรอกไม่มีใครจะใจร้ายอนุญาตให้เกิด<br />
แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต มันทำให้ชีวิตเราเป็นชีวิตมากขึ้นต่างหาก ปอยคิดแบบนั้น</p>
<p>ทุกครั้งที่ปอยหันไปมองรอบๆบ้าน บ้านที่เคยมีใครคนนั้นอยู่ด้วยกับเราทุกลมหายใจ แต่ตอนนี้กลับต้องอยู่คนเดียว มันทำให้คิดว่า ดีแล้วที่เขาไปก่อนเรา ดีแล้วที่เขาไม่ต้องนึกถึงภาพเก่าๆที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ดีแล้วที่เราไม่ได้ทิ้งเขาไว้ข้างหลังให้ต้องทนคิดถึงเรา ดีแล้วที่เป็นเราเองที่เป็นฝ่ายคิดถึงเขา</p>
<p>ปอยพาพี่แพทไปมุกดาหาร ส่งเขาไปกับสายน้ำเย็นฉ่ำของลำน้ำโขง<br />
ปีนี้โขงแล้ง น้ำไม่ค่อยเต็มตลิ่งเท่าไหร่ แถมอากาศก็ร้อนแสบหนังอีกต่างหาก<br />
<a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-25104942.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-25104942.jpg" border="0" alt="2012 04 25104942 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>เราเหมาเรือออกไปสู่กลางลำโขงหรือส่วนที่คิดว่าน้ำลึกที่สุด ที่มุกดาหารคิดค่าเรือ เจ็ดร้อยบาทค่าใส่ซองพระที่ทำพิธีอีกหนึ่งพันบาท ปอยเป็นคริสเตียนแต่ที่บ้านนับถือพุทธคิดว่าเอาน่าอะไรที่ทำแล้วที่บ้านสบายใจ ไม่ตะขิดตะขวงก็ทำไป ถึงแม้ว่าในความเชื่อของปอยพี่แพทเขาจะไปอยู่กับพระเจ้าสบายไปแล้วก็ตามปอยก็ไม่ติดใจที่จะมากพิธี แต่ที่ติดใจอยู่แน่ๆก็คือ ซองพระหนึ่งพันบาทเสียดายเชียว</p>
<p>ท่าเรือที่เราใช้บริการเป็นท่าเรือข้ามฟากสำหรับคนที่จะข้ามไปฝั่งลาวแขวงสวันเขต อ่านว่า สะหวันนะเขต ปอยคิดเอาไว้ว่า ถ้าเคลียตัวเองได้หมดจดไม่มีกังวลเรื่องไหนอีก จะแบ็คแพ็คไปเที่ยวลาวคนเดียวสักสองสามวัน คิดว่าอีกไม่นานนี้คงได้ไป ใจอยากจะเดินตามรอยสวัสดีหลวงพระบาง ภาพยนต์เรื่องโปรดดูสักหน่อยท่าจะดี</p>
<p>ที่มุกดาหารมีตลาดที่นักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยอยู่ตลาดหนึ่ง คือตลาดอินโดจีน<br />
<a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-25093056.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-25093056.jpg" border="0" alt="2012 04 25093056 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>ตลาดอินโดจีนแบ่งเป็นสองชั้น มีเสียงโฆษณาหนาหูจากอาปอยว่า ตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินมีแอร์ด้วยนะ เดินสบายไปเดินสิ ด้วยความที่เป็นคนว่านอนสอนง่ายมาแต่อ้อนแต่ออก ปอยจึงคิดว่าลองไปเดินตลาดติดแอร์ดูสักครั้งเป็นไร บ๊ะ&#8230;ตลาดอินโดจีนติดแอร์เย็นฉ่ำค่ะแต่วันที่ปอยไปเขาไม่ยอมเปิด สิ่งที่ฉ่ำจึงกลายเป็นเหงื่อแทนไม่ใช่แอร์อย่างที่คิดเอาไว้</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-23133658.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-23133658.jpg" border="0" alt="2012 04 23133658 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>ของที่ขายในตลาดส่วนมากเป็นพวกงานฝีจักรจากอินโดจีน อินโดจีนในอดีตประกอบไปด้วยประเทศ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา จึงไม่แปลกเลยที่สินค้าที่วางขายอยู่จึงเหมือนกับว่า ปอยมาเที่ยวเวียดนามก็ไม่ปาน</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-23133806.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-23133806.jpg" border="0" alt="2012 04 23133806 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>สินค้าที่ขายอยู่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าคุณภาพที่มีราคาถูก อย่างกระเป๋าสตางค์ที่เห็นตั้งอยู่ราคาต่อใบ ใบละยี่สิบบาทเท่านั้นนะคะ ไม่แพงเลยสำหรับงานฝีจักรสวยๆลวดลายโดนใจแบบนี้<br />
เสร็จจากชั้นใต้ดิน เราก็มาเดินตากแดดกันที่ชั้นบน ซึ่งมีของขายไม่ต่างจากข้างล่าง<br />
(แล้วจะเดินทำไม)<br />
<a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-23141646.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-23141646.jpg" border="0" alt="2012 04 23141646 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>จะว่าไม่ต่างมันก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะอย่างน้อยข้างล่างก็ไม่มีสกายแล็ป</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-23141352.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-23141352.jpg" border="0" alt="2012 04 23141352 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-25093838.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-25093838.jpg" border="0" alt="2012 04 25093838 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>ไม่มีกล้วยไม้ป่า สามมัดร้อยบาท</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-23144629.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-23144629.jpg" border="0" alt="2012 04 23144629 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>มาเมืองมุกคราวนี้ปอยไม่ได้มาเที่ยวเลยไม่มีของฝากสนุกๆมาฝากสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอได้เดินชมเมืองชมไม้แลตลาดกับเขาบ้าง ตกกลางคืนเราไปหาของกินที่คิดว่ามันน่าจะอร่อยที่ตลาดราตรีกัน<br />
ตลาดราตรีไม่ต่างอะไรกับตลาดกลางคืนในจังหวัดท่องเที่ยวทั่วๆไป มีเสื้อผ้า ของกิน ของใช้ ที่หาได้ทั่วไปตามตลาดที่เราเคยๆ ปอยพยายามเดินเสาะหาของแปลกมาประดับบารมี จนไปเจอที่แปลกที่สุดเพราะไม่รู้จักก็คือเจ้าแมลงสีสวยพวกนี้</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=2012-04-24185535.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/2012-04-24185535.jpg" border="0" alt="2012 04 24185535 เยือนเมืองมุก"  title="เยือนเมืองมุก" /></a></p>
<p>ครั้งแรกที่เห็นใจนึกว่าเป็นเศษไม้ แต่เอ๊ะเขาจะเอาเศษไม้มาขายเพื่ออะไร หยุดดูสักนิดถามแม่ค้าให้หายสงสัยสักหน่อย ได้ความว่ามันคือแมลงที่อยู่ในต้นไม้ในป่า ชื่อแมลงแคง อุ๊ย!!ทำไมสีสวยจัง มันกินได้เหรอคะ ถามแม่ค้าไปแล้วทั้งๆที่ไม่น่าจะถาม แม่ค้าบอกกินได้เอาไปใส่แกงหรือทอดกินกับเกลืออร่อยนะคะ อยากจะลองซื้อกลับบ้านมาลองทอดกินดูสักครั้ง ก็ต้องรีบหยุดความคิดทันควันเมื่อทราบราคาว่า หนึ่งกองที่จัดไว้แบบไม่มีราคาเนี่ย มันมีราคาถึงกองละหนึ่งร้อยบาท แม่เจ้ากองละร้อยไม่ใช่แมลงแคงแล้ว นี่มันแมลงทองชัดๆ</p>
<p>เดินถัดไปสักพักมีร้านที่ขายไอ้เจ้านี่ทอด ปอยอยากลองกินเพราะถ้าไม่ลองกินของที่ไม่เคยแล้วมันผิดสปีชี่ นั่นมันต้องเป็นปอยตัวปลอมแน่ๆ ขอซื้อเขายี่สิบบาทแม่ค้ามองหน้าเหมือนปอยทำผิดมหันต์ แต่ก็ยังตักให้ด้วยสีหน้าบึ้งตึง หนึ่งช้อนโต๊ะแบบปาดๆสำหรับแมลงแคงยี่สิบบาท หวานมันเหมือนกินพลาสติกห่อมายองเนส ดักแด้ทอดยังอร่อยซะกว่า</p>
<p>คนเราเนอะช่างสรรหา แมลงน้อยน่ารักอุตส่าห์แอบอยู่ในต้นไม้มนุษย์ผู้ชาญฉลาดก็ยังไปขุดไปเจาะเอามันมากินจนได้ ทำให้นึกไปถึงปูจั๊กจั่น ที่เป็นปูน้ำลึกเนื้อรึก็ไม่มีจะมีก็แต่มันแดงๆเต็มตัวไปหมดคนก็อุตส่าห์ไปล้วงเอามันมากิน ถ้าปอยเป็นปูจั๊กจั่นปอยก็อยากจะถามว่า นี่กูอยู่ลึกไม่พอรึไงกัน</p>
<p>ไปส่งพี่แพทคราวนี้ส่งแล้วส่งลับไม่กลับมาอีก แต่ที่แน่ๆก็คือ พี่แพทยังอยู่ในใจปอยเสมอถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันจนแก่แต่เราก็ได้อยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ที่เป็นวินาทีสุดท้ายจริงๆไม่ใช่เป็นเพียงวลีที่พูดกัน</p>
<p>ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้ไปไหนด้วยกัน และมาไกลถึงสุดชายแดนเลยทีเดียว ที่สุดของชีวิตคนเรามันจะมีอะไรมากมายไปกว่ากล่องสี่เหลี่ยมที่อุ้มถือไว้ด้วยมือของคนที่เขารัก สิ่งที่คุ้มที่สุดในชีวิตของเราสองคนก็คือ เราได้ทำทุกวันที่เราอยู่ด้วยกันให้เป็นเหมือนว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายเสมอมา </p>
<p>วันสุดท้ายของพี่แพทผ่านไปแล้ว จบไปแล้วอย่างสงบร่มเย็น แต่วันสุดท้ายของคนอื่นๆยังคงต้องดำเนินต่อไป ตามแต่จะเป็นไปของแต่ละคน ไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ เร็วหรือช้า แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้นเราจะฝากอะไรไว้กับโลกใบนี้ดี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีนา กับ เมษา</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a9%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a9%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Mar 2012 02:55:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=578</guid>
		<description><![CDATA[มีนากับเมษาถือกำเนิดในเดือนแห่งฤดูร้อน มีนาเป็นผู้หญิง เมษาเป็นผู้ชาย สองคนรักกันและใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา ระยะเวลา5ปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เมษามักเจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่มีนาและเมษา มักเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องน่าเล่น.. สำหรับเมษาโรงพยาบาลเป็นที่รักษาตัว แต่ในส่วนของมีนาโรงพยาบาลเป็นที่นอนเฝ้าไข้ oh my god&#8230;อะไรกันเหวยชีวิต ปอยเกิดเดือนมีนา พี่แพทเกิดเดือนเมษา แต่เรื่องที่น่าแปลกก็คือ ทุกๆปีของสองเดือนนี้ไม่เดือนใดก็เดือนหนึ่ง พี่แพทจะต้องเข้าโรงพยาบาล ด้วยเหตุอะไรสักเหตุ ปีนี้ก็เช่นกัน&#8230;เมื่อวันศุกร์ที่16 มีนาคม 2555 เวลาประมาณบ่ายสองโมง ขณะที่ปอยกำลังเตรียมเครื่องปอเปี๊ยะสดเพื่อทำตามออร์เดอร์ของลูกค้าอยู่นั้น พลันโทรศัพท์ของพี่แพทก็ดังขึ้น ต้นสายแจ้งว่า &#8220;นั่นภรรยาคุณหนึ่งใช่ไหมครับ ตอนนี้คุณหนึ่งเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่หน้าหมู่บ้านช้างทอง คุณรีบมาหาผมด่วนเลยนะ&#8221; ปอยวางหูแล้วรีบจับวินมอเตอร์ไซค์ไปที่หน้าหมู่้บ้านที่ว่านั้นทันที ระหว่างเดินทางในใจคิดแผนการที่จะเจรจากับคู่กรณีไปตลอดทาง เราจะบอกเขายังไงดีนะว่าเราไม่มีเงิน เงินที่มีอยู่เราเอาไปซื้อของไว้ขายหมดแล้ว ตายๆๆใครชนใคร ใครเฉี่ยวใครกันวะเนี่ย ถ้าเราผิดเราต้องหาเงินมาจ่ายให้เขาอีก จะหาที่ไหน แต่ถ้าเราไม่ผิดพี่แพทจะบาดเจ็บรึเปล่า เป็นอะไรมากมั๊ย&#8230; จิตใจที่ยังอยู่กับเนื้อกับตัวของปอย พาลคิดไปตลอดว่า ถ้าเกิดเราเป็นฝ่ายผิดขึ้นมา ปอยจะเจรจากับคู่กรณียังไง ชวนเขามาบ้านดีมั๊ย ให้รู้ว่าบ้านเราอยู่นี่ เราไม่หนีแต่เราไม่มีเงิน คิดไปคิดมา มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็พาปอยมาถึงจุดหมาย ที่นั่นปอยได้เจอกับคุณลุงคนหนึ่ง ทราบจากการแนะนำตัวของแกว่าแกเป็น อพปร.และเป็นอาสากู้ชีพของเมืองปทุม เสริมด้วยเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกหนึ่งตำแหน่ง แกนั่นเองท่เป็นคนโทรหาปอย ที่เกิดเหตุที่ปอยไปถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีนากับเมษาถือกำเนิดในเดือนแห่งฤดูร้อน<br />
มีนาเป็นผู้หญิง เมษาเป็นผู้ชาย สองคนรักกันและใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา<br />
ระยะเวลา5ปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เมษามักเจ็บป่วยและเกิดอุบัติเหตุ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่มีนาและเมษา<br />
มักเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องน่าเล่น..<br />
สำหรับเมษาโรงพยาบาลเป็นที่รักษาตัว แต่ในส่วนของมีนาโรงพยาบาลเป็นที่นอนเฝ้าไข้<br />
<span id="more-578"></span></p>
<p>oh my god&#8230;อะไรกันเหวยชีวิต<br />
ปอยเกิดเดือนมีนา พี่แพทเกิดเดือนเมษา แต่เรื่องที่น่าแปลกก็คือ<br />
ทุกๆปีของสองเดือนนี้ไม่เดือนใดก็เดือนหนึ่ง พี่แพทจะต้องเข้าโรงพยาบาล ด้วยเหตุอะไรสักเหตุ<br />
ปีนี้ก็เช่นกัน&#8230;เมื่อวันศุกร์ที่16 มีนาคม 2555 เวลาประมาณบ่ายสองโมง<br />
ขณะที่ปอยกำลังเตรียมเครื่องปอเปี๊ยะสดเพื่อทำตามออร์เดอร์ของลูกค้าอยู่นั้น<br />
พลันโทรศัพท์ของพี่แพทก็ดังขึ้น ต้นสายแจ้งว่า<br />
&#8220;นั่นภรรยาคุณหนึ่งใช่ไหมครับ ตอนนี้คุณหนึ่งเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่หน้าหมู่บ้านช้างทอง คุณรีบมาหาผมด่วนเลยนะ&#8221;</p>
<p>ปอยวางหูแล้วรีบจับวินมอเตอร์ไซค์ไปที่หน้าหมู่้บ้านที่ว่านั้นทันที<br />
ระหว่างเดินทางในใจคิดแผนการที่จะเจรจากับคู่กรณีไปตลอดทาง เราจะบอกเขายังไงดีนะว่าเราไม่มีเงิน เงินที่มีอยู่เราเอาไปซื้อของไว้ขายหมดแล้ว ตายๆๆใครชนใคร ใครเฉี่ยวใครกันวะเนี่ย<br />
ถ้าเราผิดเราต้องหาเงินมาจ่ายให้เขาอีก จะหาที่ไหน แต่ถ้าเราไม่ผิดพี่แพทจะบาดเจ็บรึเปล่า<br />
เป็นอะไรมากมั๊ย&#8230;</p>
<p>จิตใจที่ยังอยู่กับเนื้อกับตัวของปอย พาลคิดไปตลอดว่า ถ้าเกิดเราเป็นฝ่ายผิดขึ้นมา<br />
ปอยจะเจรจากับคู่กรณียังไง ชวนเขามาบ้านดีมั๊ย ให้รู้ว่าบ้านเราอยู่นี่ เราไม่หนีแต่เราไม่มีเงิน<br />
คิดไปคิดมา มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็พาปอยมาถึงจุดหมาย</p>
<p>ที่นั่นปอยได้เจอกับคุณลุงคนหนึ่ง ทราบจากการแนะนำตัวของแกว่าแกเป็น อพปร.และเป็นอาสากู้ชีพของเมืองปทุม เสริมด้วยเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกหนึ่งตำแหน่ง แกนั่นเองท่เป็นคนโทรหาปอย<br />
ที่เกิดเหตุที่ปอยไปถึง ไม่มีแม้แต่เงาร่างขอสามีให้ได้ทักทาย ลุงกู้ชีพเล่าว่า แกเรียกรถโรงพยาบาลมารับคนเจ็บไปแล้ว&#8230;</p>
<p>พี่แพทบาดเจ็บ จากความมักง่ายของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขับขี่รถด้วยความเร็ว พุ่งออกจากหมู่บ้านช้างทอง ตัดหน้ารถทางตรงเพื่อจะข้ามไปเลนที่3 โดยไม่ยอมไปกลับรถ<br />
และรถทางตรงที่ว่า ก็คือรถของพี่แพท พี่แพทหักหลบทำให้รถเสียหลัก ล้มพับเหมือนนกปีกหัก<br />
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือพาคนเจ็บเข้าข้างทาง กว่าจะหันไปสนใจรถซิ่งเจ้าเหตุ<br />
รถซิ่งนิสัยมักง่ายคันนั้น ก็ฟื้นตัวและหลบหนีไปซะแล้ว</p>
<p>&#8220;มันขับออกมาจากหมู่บ้านนะ พุ่งออกมาอย่างเร็วเล๊ย มันจะไปเลน3 นู่นๆมันไปกลิ้งอยูฝั่งนู้น<br />
ลุงก็นึกว่ามันเจ็บด้วย ที่ไหนได้มันลุกได้ก็เปิดตูดแน่บไปแล้ว&#8221;<br />
&#8220;แล้วแฟนหนูล่ะลุง&#8221;<br />
&#8220;ลุงส่งไปโรงบาลแล้วนะ เอาเอกสารตามไปแล้วกันแล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการเรื่องอื่น&#8221;</p>
<p>พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์อีกคนหนึ่ง คือเจาของร้านขายก๋วยเตี๋ยวเล่าว่า<br />
&#8220;ตอนไปช่วยแกนะ แกพูดไม่รู้เรื่องแล้วแกงงๆ แต่ยังขอโทรศัพท์โทรหาน้องอยู่ บอกจะโทรหาแฟน<br />
ไหล่แกปูด หัวก็แตก เดินไม่ได้เลยเหมือนไก่ถูกเด็ดปีก แต่แกยังกอดห่อแป้งไว้แน่นเชียว&#8221;<br />
เล่าเสร็จพี่ก๋วยเตี๋ยวก็ส่งห่อแป้งปอเปี๊ยะให้ปอย</p>
<p>อุบัติเหตุครั้งนี้<br />
ถ้าพี่แพทไม่ต้องไปซื้อแป้งปอเปี๊ยะเพื่อมาทำของขาย พี่แพทก็คงไม่ต้องเจ็บ<br />
ถ้ามอเตอร์ไซค์คันนั้นไม่มักง่าย พี่แพทก็คงไม่เจ็บ..แล้วเราก็คงได้ขายของกันโดยไม่ขาดรายได้</p>
<p>ปอยโทรหาเพื่อนบ้าน บอกใ้หเดินเข้าไปในบ้านปอยทีเพราะปอยไม่ได้ปิดบ้าน รบกวนเขาให้เอาเอกสารของพี่แพท มาหาปอยที่จุดเกิดเหตุและมาเอารถกลับไปเก็บไว้ที่บ้านให้ด้วย เพราะเหตุการณ์นี้ไม่มีตำรวจและรถถูกเข็นออกมาไกลจากจุดเกิดเหตุซะแล้ว เพื่อนบ้านรุ่นน้องรีบมาอย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p>ถึงโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ โรงพยาบาลเล็กๆในตลาดรังสิต พี่แพทนอนตัวปูดอยู่ในห้องฉุกเฉิน<br />
หน้าโย้ไม่เป็นรูป ไหปลาร้าหัก สะโพกแตก หัวแตก และยังไม่ทราบว่าภายในบอบช้ำอะไรอีกบ้างสายตาที่พี่แพทมองปอยมันบอกว่า ปอยอย่าทิ้งแพทไปไหนนะเมื่อพยาบาลบอกว่าปอยต้องออกไปรอข้างนอกก่อน พี่แพทจับมือปอยไว้แน่นบอกไม่เอาเค้าจะให้ตัวเองอยู่กับเค้า ตอนนั้นปอยว่าพยาบาลคงหมั่นใส้เลยไม่ไล่ปอยออกไปไหนอีก</p>
<p>เรายังจัดการเรื่อง พรบ.ไมเสร็จสิ้น โรงพยาบาลจึงต้องรักษาไปก่อนโดยที่เราต้องสำรองจ่าย<br />
ซวยละสิทีนี้ เราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล พี่แพทยังมีสติแจ้งกับทางโรงพยาบาลได้ว่า เขามีประกันสังคมอยู่กับเปาโล การย้ายโรงพยาบาลจึงเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างรอรถของเปาโลมารับ ปอยจำเป็นต้องทำยังไงก็ได้ให้เรามีเงินมาจ่ายค่ารักษาเบื้องต้นที่นี่ก่อนตามที่พยาบาลเรียกเก็บ ความรู้สึกตีบตันเข้ามาทุบหัวปอยอีกครั้ง</p>
<p>ทำยังไงดีวะ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่ 60บาท ปอยตัดสินใจโทรหาป้า และเพื่อนสนิทของพี่แพท<br />
บอกเล่าเหตุุการณ์ที่เกิดขึ้น ป้าและเพื่อนพี่แพทรีบโอนเงินมาให้ปอยด้วยความรวดเร็ว..ปอยโทรหาไม่ผิดคนจริงๆ นานมากแล้วที่ปอยไม่ยอมขอความช่วยเหลือใคร ด้วยกลัวว่าจะพบเจอกับถ้อยคำที่แสดงความรังเกียจ เหมือนๆกับที่เคยเจอมาแล้วจากคนคนหนึ่ง การที่เราจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครอย่านึกว่ามันจะเป็นเรื่องง่าย มันเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งในชีวิต เพราะนั่นหมายถึงเราต้องยอมลดศักดิ์ศรีของเรา ยอมเป็นคนขี้ขอ ยอมเสี่ยงกับการที่เขาจะมองเราในแง่ลบ แต่คราวนี้ความจำเป็นมันบังคับแต่ปอยก็นึกถึงได้ถูกคนที่สุด</p>
<p>ความคิดแวบแรกที่เกิดขึ้นขณะนั้นคือ บุญคุณล้นเหลือเกิดขึ้นในหัวกบาลปอยอีกแล้ว บุญคุณที่คนให้ไม่ได้นึกถึงว่าปอยต้องตอบแทน บุญคุณที่คนให้บอกว่าปอยอย่าคิดมากด้วยใจจริง  แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่ปอยต้องจำไว้ไม่ลืมว่า ปอยต้องตอบแทนคนเหล่านี้ให้ได้เมื่อวันที่ปอยพร้อมมาถึง </p>
<p>มาถึงวันนี้ ถ้าเอาชื่อคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือปอยแล้ว มันมีมากมายกว่าสายน้ำในประเทศไทยซะอีก<br />
สายน้ำทุกสายมีความหมายในการหล่อเลี้ยงชีวิตปอยทั้งนั้น เป็นสายน้ำจริงใจที่ไม่แห้งเหือด นี่ละมั๊งที่เป็นสิ่งดีดีในชีวิตที่ปอยยังมีอยู่</p>
<p>หลังจากจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นไปแล้วด้วยเงิน 1000กว่าบาท เรารอรถของโรงพยาบาลเปาโลมารับ ไม่นานนักรถโรงพยาบาลก็พาพี่แพทมาถึงที่หมายการบริการของเปาโลยังเป็นการบริการที่ดีเช่นเคย ไม่ชักช้าอืดอาดเหมือนที่อื่นๆ แต่กว่าจะได้ขึ้นห้องก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง พี่แพทไหปลาร้าหัก สะโพกแตก หัวแตก และยังไม่ทราบว่าภายในบอบช้ำอะไรอีกบ้าง </p>
<p>เจ้าหน้าที่มาถามว่าปอยต้องการห้องรวมหรือห้องพิเศษ ชิชะ แค่นจะมาถามปอยได้สภาพปอยตอนนี้จะมีหน้าขอนอนห้องพิเศษได้ยังไงดูสารรูปปอยเจ้าหน้าที่ก็น่าจะเดาออกนะว่าลักษณะแบบนี้ มันหน้าตาของสมาชิกห้องรวมชัดๆ </p>
<p>ถึงห้องพักรวมที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ ความคุ้นเคยมันก็แล่นปรู๊ดปร๊าดมาทักทาย..เอ๊ยมาอีกแล้วเหรอวะแหมมาทุกปีเลยนี่นา ไม่มีนาก็เมษาย้ายเตียงไปเรื่อยเลยนะ เก่งจริงนอนมันให้ครบทุกเตียงเลยดิ๊..<br />
ไอ้ความคุ้นเคยนี่ก็ช่างนิสัยเสียมาเร็วเคลมเร็วซะเหลือเกิน พี่แพทไม่ห่วงอะไรเท่าแผ่นปอเปี๊ยะที่ไปซื้อ บ่นเสียดายแป้งปอเปี๊ยะจัง ปอยต้องรีบบอกให้เขาดีใจว่า<br />
&#8220;แป้งปอเปี๊ยะที่ตัวเองกอดไว้น่ะคนขายก๋วยเตี๋ยวเขาเอามาให้แ้ล้วแป้งมันอยู่ดีไม่บุบสลายไม่มีตรงไหนหักแบบตัวเองด้วย&#8221;<br />
พี่แพทยิ้มแล้วบอกดีจังเลย อย่างน้อยเราก็มีของไว้ทำขาย</p>
<p>มีนาและเมษา เดือนเกิดของเราสองคนที่มักจะเจอเรื่องร้ายๆ ปอยกับพี่แพทมักจะได้ฉลองวันเกิดกันในโรงพยาบาลอยู่เสมอๆ ปีนี้ก็คงเป็นอีกปีที่ต้องทำแบบนั้น..แต่ก็ขอให้เป็นปีสุดท้ายและเราจะไม่เจอกับเรื่องแบบนี้อีก ปีหน้าจะเป็นปีที่เราได้เที่ยวเล่นเย็นใจเหมือนคู่ชีวิตคู่อื่นๆบ้าง ขอสักปีเถอะน่า &#8230;.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a9%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมน้ำหน้าโง่นัก (เรื่องสุดท้ายของไดอารี่ชุด แสงไฟในความมืด)</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Mar 2012 17:24:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=571</guid>
		<description><![CDATA[18 พฤศจิกายน 2554 เป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้าหนูอาเซลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านขุนสามีปอย ปีนี้เป็นปีแรกที่เราไม่สามารถไปฉลองวันเกิดให้กับเขาได้ ในขณะที่เราสองคนกำลังพายแพออกไปหน้าหมู่บ้านเพราะปอยจะไปตลาดไทอีกครั้งเพื่อตุนเสบียงเอาไว้กินใช้เพราะของเดิมที่ตุนมาได้หมดไปแล้วอย่างเสียอกเสียดาย คาดเอาไว้ว่าเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่จะเอามาตุนอาหารไว้ให้ได้มากที่สุด ไอ้ครั้นจะให้กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋องปอยก็ชักจะกลัวว่าวันดีคืนดีเราจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองได้นอนแช่ซอสอยู่ในกระป๋องเสียแล้ว ท่านขุนโทรหาเจ้าอาเซเพื่อบอกสุขสันต์วันเกิดกับลูกและเพื่ออธิบายให้เขาเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงไปหาไม่ได้สองพ่อลูกคุยกันไปสักพักอาเซถามถึงปอยว่าทำอะไรอยู่ปอยเลยได้คุยกับเขาไปด้วยแล้วบอกว่าอาปอยรักอาเซนะลูกเขาว่าเขาก็รักปอยเหมือนกัน พร้อมกับบอกปอยว่า”ทำไมอาปอยไม่พายเรือพาพ่อมาหาอาเซล่ะ”&#8230;แป่ววว อาปอยพายไม่ไหวละลูกมันไกลมากเลยนะเอาไว้น้ำลดแล้วอาปอยจะรีบพาพ่อไปหานะ อาเซเป็นเด็กเข้าใจง่ายค่ะเขารับคำว่าครับและสำทับว่าให้เรารีบมาทันทีเมื่อน้ำลดแล้ว ปอยเข้าใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องอยู่ไกลลูกเลยว่า ความคิดถึงลูกมันทรมานขนาดไหน เพราะขนาดปอยไม่ได้เป็นแม่อาเซสักหน่อยปอยยังคิดถึงอาเซใจจะขาด มันนานเกินไปแล้วที่เราไม่ได้เจอหน้าไม่ได้กอดได้หอมกันเหมือนที่เคยทำ เราพายแพกันไปจนถึงหน้าหมู่บ้านแล้วก็ทำให้พบกับความน่าดีใจว่ารถเมล์สาย187 สายประจำคลองสามวิ่งให้บริการได้แล้วแต่เปลี่ยนเส้นทางการวิ่งโดยวิ่งออกไปทางเส้นคลองหลวงเพื่อกลับรถที่ตลาดไทแล้วมุ่งตรงสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะถนนหน้าหมู่บ้านน้ำลดเหลือแค่ตาตุ่ม แต่พอเข้ามาจากหน้าหมู่บ้านเท่านั้นน้ำก็ยังอยู่ที่ระดับเอวอยู่ดี โธ่ถัง&#8230; อารามดีใจปอยทำให้ปอยรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์โดยไม่ล่ำลาท่านขุน แหมดีจังเลยคราวนี้เราไปตลาดไทได้โดยไต้องต่อรถหลายต่ออีกแล้วสบายไป ขึ้นมาได้สักพักพนักงานมาเก็บค่าโดยสารปอยเตรียมจ่ายเงินแล้วบอกว่าลงตลาดไทค่ะ พนักงานปฏิเสธบอกคันนี้ไม่ไปวนที่ตลาดไทจะวนก็แต่ขากลับเท่านั้นเพราะจะออกซ้ายไปผ่านฟิวเจอร์ปาร์ค เวรละขึ้นมาทำไมเนี่ยแบบนี้ อ้าวอย่างนั้นก็ขอลงที่บางขันแล้วกันค่ะ จ่ายค่ารถไป 12บาทพร้อมกับถามว่าแล้วขากลับสามารถขึ้น187ที่หน้าตลาดไทกลับมาหน้าหมู่บ้านได้ไหม กระเป๋าสาวบอกว่าได้รถจะวนหน้าตลาดไทแล้วเข้ามาที่คลองสามให้เรารอที่หน้าตลาดได้เลย เอาวะขาไปติดขัดหน่อยแต่ขากลับปอยก็ไม่ต้องลำบากอะไรมากนัก ปอยนั่งคุยมาอย่างเพลิดเพลินกับผู้โดยสารบนรถตามประสาที่บ้านน้ำท่วมเหมือนกันทั้งๆที่ไม่รู้ว่าไอ้บางขันที่ปอยจะลงมันอยู่ตรงไหน ปอยเห็นคนอื่นๆเขาพูดถึงบางขันกันเยอะและรู้ว่ามันอยู่ไม่ไกลนักและเป็นที่ๆหลายๆคนชอบมาต่อรถกัน คุยกับเพื่อนร่วมชะตาไปได้สักพักปอยเห็นประชาชนหลายคนลุกจากที่นั่งเพื่อเตรียมตัวลงสมองโง่ๆของปอยก็สั่งงานทันทีว่า เฮ๊ยถึงบางขันแล้วเว๊ย ปอยรีบลุกจากที่แล้วสาวเท้าก้าวตามประชาชนคนอื่นๆทันที สองมือกระชับเป้ที่เตรียมมาสำหรับใส่ของที่จะซื้อ กระโดดหมับลงที่พื้นฟุตบาทพลันสายตาก็พบกันข้อความสีทองที่เขียนว่า ที่ว่าการอำเภอคลองหลวง อ๊ายยมันไม่ใช่บางขันนี่ทำไมปอยถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ เรื่องที่ควรจะฉลาดทำไมไม่ยักฉลาดกับใครเขา ทำยังไงดีวะแล้วทีนี้จะไปตลาดไทด้วยวิธีไหนดีล่ะ ปอยเดินเรื่อยไปที่ป้ายรถเมล์มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดอยู่หลายคันและส่งสัญญาณบอกว่าตลาดไท 50บาทๆ ไม่ไหวละค่ะ50บาทสำหรับชั่วโมงนี้ปอยเสียดายเป็นที่สุด ปอยคิดว่าไหนๆมาถึงที่ว่าการอำเภอแล้วแวะไปกดเงินซะที่นี่พอถึงตลาดไทจะได้ไม่ต้องเดินหาตู้ATMซึ่งอยู่ไกล ปอยตัดสินใจเดินเข้าไปหน้าที่ว่าการฯเพื่อกดเงินแต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ทำเราไม่ไปดูลาดเลาข้างในซะหน่อยล่ะเผื่อมีอะไรที่เราควรจะทำอยู่ในนั้นบ้างอย่างน้อยปอยก็น่าจะไปถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านไว้ใช้ เลี้ยวซ้ายเป็นตู้ATMเลี้ยวขวาเป็นตัวอาคาร ปอยบอกตู้ATMว่ารอพี่เดี๋ยวนะน้องพี่ติดธุระ ที่ว่าการอำเภอคลองหลวงยามเกิดอุทกภัยแน่นขนัดไปด้วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตรงจุดบริการถ่ายเอกสารมีผู้คนต่อแถวกันยาวเหยียดปอยรีบเข้าไปเพิ่มความยาวของแถวทันที และเห็นความขี้เกียจของมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะแทรกคิวโดยการทำหน้าสวยๆเรียกร้องความสนใจว่าตัวเองจะต้องรีบเอาเอกสารไปยื่นกับทางราชการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>18 พฤศจิกายน 2554 เป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้าหนูอาเซลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านขุนสามีปอย ปีนี้เป็นปีแรกที่เราไม่สามารถไปฉลองวันเกิดให้กับเขาได้ ในขณะที่เราสองคนกำลังพายแพออกไปหน้าหมู่บ้านเพราะปอยจะไปตลาดไทอีกครั้งเพื่อตุนเสบียงเอาไว้กินใช้เพราะของเดิมที่ตุนมาได้หมดไปแล้วอย่างเสียอกเสียดาย คาดเอาไว้ว่าเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่จะเอามาตุนอาหารไว้ให้ได้มากที่สุด ไอ้ครั้นจะให้กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋องปอยก็ชักจะกลัวว่าวันดีคืนดีเราจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองได้นอนแช่ซอสอยู่ในกระป๋องเสียแล้ว<span id="more-571"></span></p>
<p>ท่านขุนโทรหาเจ้าอาเซเพื่อบอกสุขสันต์วันเกิดกับลูกและเพื่ออธิบายให้เขาเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงไปหาไม่ได้สองพ่อลูกคุยกันไปสักพักอาเซถามถึงปอยว่าทำอะไรอยู่ปอยเลยได้คุยกับเขาไปด้วยแล้วบอกว่าอาปอยรักอาเซนะลูกเขาว่าเขาก็รักปอยเหมือนกัน พร้อมกับบอกปอยว่า”ทำไมอาปอยไม่พายเรือพาพ่อมาหาอาเซล่ะ”&#8230;แป่ววว อาปอยพายไม่ไหวละลูกมันไกลมากเลยนะเอาไว้น้ำลดแล้วอาปอยจะรีบพาพ่อไปหานะ อาเซเป็นเด็กเข้าใจง่ายค่ะเขารับคำว่าครับและสำทับว่าให้เรารีบมาทันทีเมื่อน้ำลดแล้ว ปอยเข้าใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องอยู่ไกลลูกเลยว่า ความคิดถึงลูกมันทรมานขนาดไหน เพราะขนาดปอยไม่ได้เป็นแม่อาเซสักหน่อยปอยยังคิดถึงอาเซใจจะขาด มันนานเกินไปแล้วที่เราไม่ได้เจอหน้าไม่ได้กอดได้หอมกันเหมือนที่เคยทำ</p>
<p>เราพายแพกันไปจนถึงหน้าหมู่บ้านแล้วก็ทำให้พบกับความน่าดีใจว่ารถเมล์สาย187 สายประจำคลองสามวิ่งให้บริการได้แล้วแต่เปลี่ยนเส้นทางการวิ่งโดยวิ่งออกไปทางเส้นคลองหลวงเพื่อกลับรถที่ตลาดไทแล้วมุ่งตรงสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะถนนหน้าหมู่บ้านน้ำลดเหลือแค่ตาตุ่ม แต่พอเข้ามาจากหน้าหมู่บ้านเท่านั้นน้ำก็ยังอยู่ที่ระดับเอวอยู่ดี โธ่ถัง&#8230;</p>
<p>อารามดีใจปอยทำให้ปอยรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์โดยไม่ล่ำลาท่านขุน แหมดีจังเลยคราวนี้เราไปตลาดไทได้โดยไต้องต่อรถหลายต่ออีกแล้วสบายไป ขึ้นมาได้สักพักพนักงานมาเก็บค่าโดยสารปอยเตรียมจ่ายเงินแล้วบอกว่าลงตลาดไทค่ะ พนักงานปฏิเสธบอกคันนี้ไม่ไปวนที่ตลาดไทจะวนก็แต่ขากลับเท่านั้นเพราะจะออกซ้ายไปผ่านฟิวเจอร์ปาร์ค เวรละขึ้นมาทำไมเนี่ยแบบนี้ อ้าวอย่างนั้นก็ขอลงที่บางขันแล้วกันค่ะ จ่ายค่ารถไป 12บาทพร้อมกับถามว่าแล้วขากลับสามารถขึ้น187ที่หน้าตลาดไทกลับมาหน้าหมู่บ้านได้ไหม กระเป๋าสาวบอกว่าได้รถจะวนหน้าตลาดไทแล้วเข้ามาที่คลองสามให้เรารอที่หน้าตลาดได้เลย เอาวะขาไปติดขัดหน่อยแต่ขากลับปอยก็ไม่ต้องลำบากอะไรมากนัก</p>
<p>ปอยนั่งคุยมาอย่างเพลิดเพลินกับผู้โดยสารบนรถตามประสาที่บ้านน้ำท่วมเหมือนกันทั้งๆที่ไม่รู้ว่าไอ้บางขันที่ปอยจะลงมันอยู่ตรงไหน ปอยเห็นคนอื่นๆเขาพูดถึงบางขันกันเยอะและรู้ว่ามันอยู่ไม่ไกลนักและเป็นที่ๆหลายๆคนชอบมาต่อรถกัน คุยกับเพื่อนร่วมชะตาไปได้สักพักปอยเห็นประชาชนหลายคนลุกจากที่นั่งเพื่อเตรียมตัวลงสมองโง่ๆของปอยก็สั่งงานทันทีว่า เฮ๊ยถึงบางขันแล้วเว๊ย ปอยรีบลุกจากที่แล้วสาวเท้าก้าวตามประชาชนคนอื่นๆทันที สองมือกระชับเป้ที่เตรียมมาสำหรับใส่ของที่จะซื้อ กระโดดหมับลงที่พื้นฟุตบาทพลันสายตาก็พบกันข้อความสีทองที่เขียนว่า ที่ว่าการอำเภอคลองหลวง </p>
<p>อ๊ายยมันไม่ใช่บางขันนี่ทำไมปอยถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ เรื่องที่ควรจะฉลาดทำไมไม่ยักฉลาดกับใครเขา ทำยังไงดีวะแล้วทีนี้จะไปตลาดไทด้วยวิธีไหนดีล่ะ ปอยเดินเรื่อยไปที่ป้ายรถเมล์มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดอยู่หลายคันและส่งสัญญาณบอกว่าตลาดไท 50บาทๆ ไม่ไหวละค่ะ50บาทสำหรับชั่วโมงนี้ปอยเสียดายเป็นที่สุด ปอยคิดว่าไหนๆมาถึงที่ว่าการอำเภอแล้วแวะไปกดเงินซะที่นี่พอถึงตลาดไทจะได้ไม่ต้องเดินหาตู้ATMซึ่งอยู่ไกล ปอยตัดสินใจเดินเข้าไปหน้าที่ว่าการฯเพื่อกดเงินแต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ทำเราไม่ไปดูลาดเลาข้างในซะหน่อยล่ะเผื่อมีอะไรที่เราควรจะทำอยู่ในนั้นบ้างอย่างน้อยปอยก็น่าจะไปถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านไว้ใช้ เลี้ยวซ้ายเป็นตู้ATMเลี้ยวขวาเป็นตัวอาคาร ปอยบอกตู้ATMว่ารอพี่เดี๋ยวนะน้องพี่ติดธุระ </p>
<p>ที่ว่าการอำเภอคลองหลวงยามเกิดอุทกภัยแน่นขนัดไปด้วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตรงจุดบริการถ่ายเอกสารมีผู้คนต่อแถวกันยาวเหยียดปอยรีบเข้าไปเพิ่มความยาวของแถวทันที และเห็นความขี้เกียจของมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะแทรกคิวโดยการทำหน้าสวยๆเรียกร้องความสนใจว่าตัวเองจะต้องรีบเอาเอกสารไปยื่นกับทางราชการ พี่ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่หน้าปอยรีบร้องบอก “นู่นคุณเขาต่อคิวกันอยู่ตอนนี้มันก็รีบเหมือนกันหมดนั่นแหละ” สาวผู้เร่งรีบคนนั้นยังไม่ลดความพยายามนะคะยังคงไปออดอ้อนให้ชายคนที่กำลังจะถึงคิวว่าฝากเอกสารของเขาไปถ่ายด้วยได้ไหมเขารีบจริงๆ แต่พี่ผู้ชายคนนั้นแกไม่เล่นด้วย เลยเป็นอันว่าเธอต้องจำยอมไปต่อคิวเหมือนคนอื่น </p>
<p>ปอยถ่ายเอกสารเก็บไว้3ชุดจ่ายเงินไป 18บาท เสร็จแล้วไปอ่านประกาศที่ติดไว้ที่กระจกได้ความว่า สำหรับเงินชดเชย5,000บาทให้ไปติดต่อที่ อบต.ไม่ใช่ที่นี่ซึ่งความข้อนี้ปอยรู้อยู่ก่อนแล้วเพราะเราไม่ใช่ชาว กทม.ที่จะทำที่อำเภอได้เลย แต่มีเรื่องใหม่ที่ปอยยังไม่รู้ก็คือ ถ้าต้องการหนังสือรับรองพื้นที่ประสบภัยเพื่อเป็นหลักฐานผ่อนผันกับหน่วยงานอื่นๆ ให้นำเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปยื่นที่ฝ่ายปกครองชั้นสอง  อุ๊ย!มีหนังสือชนิดนี้ด้วยเหรอปอยรีบเดินขึ้นไปชั้นสองทันที ทำไว้ก็ไม่เสียหลายฉวยจะต้องใช้มันขึ้นมาปอยก็ไม่ต้องเดือดร้อนมาวุ่นวายที่อำเภอนี่อีก ปอยขึ้นไปทำใช้เวลาไม่นานค่ะ 5นาทีก็เสร็จ</p>
<p>หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ปอยต้องไปกดATMและหาทางไปตลาดไทให้จงได้ ปอยยืนดูลาดเลาอยู่ที่ป้ายรถเมล์ก็มีครอบครัวหนึ่งออกมาโบกรถกระบะเพื่อถามว่าเขาผ่านไปทางไหน ได้ยินว่าเขาจะไปสระบุรีและต้องผ่านตลาดไทปอยรีบกุลีกุจอขอไปด้วยอย่างน้อยลงหน้าตลาดแล้วเดินเข้าไปก็ยังดี ปอยมาถึงตลาดไทด้วยความอนุเคราะห์ของคุณลงที่จะไปสระบุรี ยกมือไหว้ขอบอกขอบคุณในน้ำใจครั้งนั้นแล้ว ปอยก็รีบจัดแจงไปซื้อของจำเป็นสำหรับชีวิตทันที ใส่ของไปเต็มเป้แล้วยังมีงอกมีเงยออกมาอีก 2ถุงหนัก โดยไม่ลืมที่จะซื้อก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกและห่อหมกปลาช่อนไปฝากสามี อยากกินมานานแล้วขอกินให้หายอยากซะหน่อยเถอะ</p>
<p>ปอยใช้เวลาซื้อของไม่นานนักก็เดินออกมารอรถเมล์สาย 187ที่หน้าตลาด แดดร้อนเหมือนนรกสั่งเป้ที่สะพายก็หนักเหมือนแบกหิน ไอ้2ถุงที่มือก็มีน้ำหนักไม่ใช่เล่น รออยู่นานแสนนานสาย187ที่ผ่านมาก็วิ่งฉิวๆๆโดยไม่แยแสคนที่โปกมือรออยู่แบบปอย อะไรของมันวะทำมันไม่จอด ถนนหน้าตลาดมีอยู่3เส้นปอยยืนรออยู่เส้นในมันก็ไปวิ่งเส้นกลาง แบกสัมภาระข้ามไปยืนรอเส้นกลางมันก็มาที่เส้นในอีก ป้ามึงตายกันรึไง ปอยวิ่งสลับไปมาระหว่างเส้นในกับเส้นกลางอยู่สามสี่รอบก็ไม่สามารถขึ้นรถได้สักที ความร้อนบวกกับความเหนื่อยที่ของหนักเหมือนเป็นชนวนจุดความบ้าของปอยออกมาแบบไม่รู้ตัว ปอยยืนร้องกรี๊ดๆเต้นแร้งเต้นกา โอ๊ยมันอะไรกันโว๊ย สุดท้ายปอยได้ 187ที่หยุดรอให้ปอยวิ่งมาขึ้น1คัน ปอยกระหืดกระหอบขึ้นมาด้วยความเหนื่อยอ่อน พูดจาเริ่มไม่เป็นภาษาคนแล้วปอยก็ต้องพบกับคำว่า รถไม่เข้าคลองสามค่ะรถไปอนุสาวรีย์เดี๋ยวคุณต้องลงป้ายต่อไป แม่เจ้า ความเหนื่อยวิงปรี๊ดขึ้นสมองนี่กูต้องลงอีกแล้วใช่ไหม</p>
<p>ปอยจำต้องลงจากรถทั้งๆที่ไม่รู้ว่าป้ายที่ปอยลงมันคือที่ไหนของประเทศ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นว่ารถเมล์สาย187 ที่เข้าคลองสามมันวิ่งอยู่เส้นกลาง โธ่เอ๊ยทำไมปอยไม่อ่านป้ายมันก่อนที่จะขึ้นนะ ปอยแบกของเดินข้ามถนน ปีนกำแพงที่ทำไว้เพื่อกั้นถนนทั้งสามเส้นออกไปรอรถอย่างทุลักทุเล แดดร้อนมากที่สุดในชีวิตเท่าที่ร่างกายจะรู้สึกได้ วิงเวียนคลื่นเหียนคล้ายๆว่าจะเป็นลม อย่านะเว๊ยปอยคิดในใจ เป็นลมขึ้นมาตอนนี้10ล้อทับตายสภาพศพแบนแต๊ดแต๋ปอยว่ามันคงไม่น่าดูสักเท่าไหร่ อารมณ์เหนื่อยบวกกับอุณหภูมิในร่างกายถูกอุ่นจนร้อนเต็มที่ ปอยตะโกนสุดเสียง เมื่อไหร่จะมาซะทีโว๊ย พร้อมกับหน้าตาแหยเกเหมือนคนจะร้องไห้ ส่งเสียงครางฮือๆๆแหงนหน้าขึ้นฟ้าสะบัดตัวไปมาเหมือนตัวอิจฉาในละครหลังข่าวเวลาไม่ได้อย่างใจ สภาพทุเรศที่สุดในชีวิตขนาดตัวเองยังรับตัวเองไม่ได้เลย</p>
<p>คนเรานะคะต่อให้คิดว่าเคยทำคุณประโยชน์ให้กับคนอื่นๆแล้วความสบายน่าจะเข้าข้างบ้างในสภาวะแบบนี้มันก็ไม่เป็นอย่างที่คิดค่ะ เมื่อเวลาผ่านไปนานชั่วกัปชั่วกัลป์รถเมล์มันก็ไม่ยอมมาซะที รู้สึกมีน้ำลายเหนียวๆหนืดอยู่เต็มคอนึกโมโหตัวเองว่าทำไมไม่เกิดมาตัวสูงกว่านี้วะ จะได้แข็งแรงมากขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย</p>
<p>ปอยตัดสินใจเดินข้ามถนนกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง มุ่งตรงไปร้านขายข้าวตามสั่งเพื่อจะซื้อน้ำอัดลมกินแก้กระหายได้รับคำตอบจากหน้าตาเย็นชาของคนขายว่าไม่มี เดินผ่านไปอีกสักนิดเหลือบไปเห็นร้านขายเครื่องปรับอากาศติดป้ายว่า มีเครื่องดื่มขาย อารามดีใจรีบตรงรี่เข้าไปหาคนขายเพื่อพบคำตอบว่าไม่มี “ไม่มี งั้นพี่ไปเอาป้ายที่ติดไว้ออกเหอะติดไว้ทำไมเนี่ย” คนขายงงค่ะว่าอยู่ๆอีเปี๊ยกนี่มันมาใส่อารมณ์กับกูทำไม ปอยเดินต่อไปเรื่อยๆจนไปถึงป้ายรถเมล์หันไปเห็นแผงขายน้ำเข็งใส มีน้ำอัดลมเป็นขวดๆตั้งขายอยู่บอกเจ้าของร้านน้องคะขอโค๊กแก้วหนึ่ง คนขายกุลีกุจอจัดแจงให้ แล้วความโง่ที่โดนความเหนื่อยกดทับอยู่เป็นนานก็สั่งให้สติสัมปชัญญะเตะตูดปอยดังป้าปว่า  มีปากเอาไว้ทำไมล่ะปอยทำไมไม่ถามเขาว่าจะกลับบ้านได้ยังไง</p>
<p>“น้องคะพี่จะไปคลองสามจากตรงนี้พี่ขึ้นรถอะไรไปได้”<br />
“มันจะมีรถหนองเสือนะพี่รถสีเขียวๆ วิ่งไปคลอง13 พี่ลงตรงปากคลองสามแล้วหารถต่อเอา”<br />
นึกโมโหตัวเองว่าจะขึ้นแต่ไอ้ 187อยู่ได้ทำไมนักหนา ปอยรอที่ป้ายรถเมล์สักพักรถหนองเสือก็มา จ่ายค่ารถไป15บาท ลงตรงสะพานคลองสาม แล้วต่อรถกระบะที่รับจ้างส่งคนเข้าเส้นคลองคนละ20บาท ถึงหน้าหมู่บ้านรอเรือ อบต.ที่คณะกรรมการหมู่บ้านไปขอมาเพื่อเอาไว้บริการลูกบ้านฟรีเพื่อเข้าบ้านตัวเอง ท่านขุนเอาแพลงมารอรับอยู่หน้าบ้านด้วยสายตาอิดโรยเพราะทั้งวันนั่งรอเมียโดยที่ยังไม่ได้กินข้าว อีกใจก็คงกลัวเมียตายหนีทุกข์ไปซะก่อน เพราะเวลาที่ปอยออกจากบ้านจนกลับมาถึง รวมแล้วก็ 8ชั่วโมงพอดี แม่เจ้านี่ไปตลาดไทนะเนี่ย</p>
<p>ขณะที่ปอยกำลังเขียนบันทึกอยู่นี่เป็นวันรุ่งขึ้นถัดจากวันอัปยศนั่น ท่านขุนนอนมองปอยตาปริบๆแล้วบอกว่า<br />
“ตัวเองครับเค้าคิดถึงตัวเอง”&#8230;.<br />
“ห๊า&#8230;คิดถึงทำไมล่ะเค้าก็นั่งอยู่ตรงนี้”<br />
“นั่นน่ะสิ แล้วทำไมเค้ายังคิดถึงตัวเองอยู่ล่ะ”<br />
เวรแล้วไหมล่ะคะ ดูท่าสามีปอยจะสติแตกเข้าซะแล้ว ถ้าพี่น้ำแกยังไม่ยอมลดราวาศอกสักทีไม่ใครก็ใครคงต้องได้คุ้มคลั่งกันไปบ้างละค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แสงไฟในความมืด</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Feb 2012 15:50:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=567</guid>
		<description><![CDATA[พวกคนที่พยายามทำให้โลกนี้เลวร้ายยังไม่เคยหยุดสักวัน ผมจะหยุดได้อย่างไร ประโยคข้างบนเป็นคำกล่าวของ บ็อบ มาร์เล่ วีรบุรุษของคนผิวดำ เขาต่อต้านการเหยียดผิวด้วยการฉีดเพลงเข้าสู่จิตใจคน เสมือนเป็นยารักษาโรคที่หมอพยายามรักษาเยียวยาจิตใจของมนุษย์ทีละขั้นๆ อย่างมีความหวังว่าสักวันมนุษย์ทุกผู้ทุกคนจะกลับมามีความปกติทางความคิด ปอยไม่ได้คลั่งไคล้เพลงของ บ็อบ มาร์เล่ เท่าไหร่นักด้วยเหตุผลส่วนตัวที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของการฟังเพลงก็คือ ปอยไม่ชอบจังหวะของเพลงประเภทนี้ อย่าหาว่าปอยหัวสูงหรือไฮโซเลยนะคะเพราะความจริงแล้วตัวปอยเองก็ไม่ได้เป็นคนที่มีการศึกษาสูงส่งอะไรนัก ปริญญาตรีก็เรียนไม่จบซะด้วยซ้ำแต่ถ้าเป็นเพลงภาษาต่างประเทศปอยเป็นคนชอบฟังเพลงแจ็ซ เพลงบลูส์ หรือเพลงที่ร้องด้วยจังหวะหนักๆของผู้หญิงผิวดำซะมากกว่า ไอ้เรื่องเนื้อหาของเพลงไม่ต้องไปสนใจเพราะจะให้กระแดะไปเข้าใจภาษาที่ไม่ใช่ภาษาเกิดสำหรับปอยนั้นเป็นเรื่องยากมากถึงมากที่สุด ฟังเพลงฝรั่งฟังทำนองเอาค่ะแปลไม่ออกปอยก็ยังร้องไห้ได้แต่ บ็อบ มาร์เล่ ที่ปอยรู้จักและชื่นชม ปอยรู้จักมาจากชื่อเสียงของเขาในความเป็นคนมีอุดมคติ จิตใจของเขานับว่าเป็นนักอนุรักษ์คนหนึ่งก็ว่าได้ แสงไฟในความมืดวีรบุรุษของคนจร เท่เก๋อย่าบอกใคร ปอยว่าบรรดานักอนุรักษ์ทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้นมาประดับโลกใบนี้ เขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตของเขาอย่างแสนคุ้มและเกิดประโยชน์จนควรค่าแก่คำว่า อิจฉา อยู่ๆปอยก็นึกรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตาร้อนขึ้นมาซะเฉยๆเมื่อนึกถึงคนเหล่านั้นที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อคนอื่น ชีวิตไหนๆจะคุ้มเท่าการทำสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อให้คนอื่นมีความสุขไปพร้อมๆกับตัวเอง ฮึ๊ย..อิจฉาเว๊ย น้ำท่วมครั้งนี้ถ้าปอยไม่ต้องเป็นผู้ประสบภัยซะเองปอยก็อยากจะออกไปอาสาช่วยชาวบ้านกับเขาเหมือนกัน แต่นี่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอด อย่ากระนั้นเลยช่วยตัวเองก่อนแล้วกัน คนเรานะคะมันต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวกันบ้าง ดูข่าวหลายๆข่าวแล้วปอยรู้สึกซาบซึ้งใจกับชนเผ่ากลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า ปะกากะยอ เดินทางมาจากสบเมย เพื่อช่วยต่อแพให้ชาวกรุงเทพมหานครฯไว้ใช้ เขาคงจะรู้ว่าเขามีความชำนาญในการต่อแพมากกว่าชาวพื้นราบอย่างเราๆ นัยว่าแกคงดูข่าวทางโทรทัศน์แล้วเห็นแพขี้เรื้อนกะโหลกกะลาของเราเข้า เกิดทนไม่ได้ไอ้พวกนี้มันทำอะไรของมัน เอาแกลอนน้ำมันมาผูกกันบ้าง ถังน้ำพลาสติกบ้าง โฟมบ้าง ต่อกันปุๆปะๆดูไม่ได้แล้วยังมีหน้ามาเรียกว่าแพอีก พี่แกเห็นภาพแล้วคงทนไม่ไหวไปทำให้มันดีกว่า ทั้งๆที่ไม่มีแม้แต่สัญชาติเป็นคนไทยก็ยังสู้อุตส่าห์ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านออกนอกพื้นที่ถึงแม้ว่าจะออกมาได้แค่ 7วันเท่านั้นก็ตาม ปอยว่ารัฐบาลควรจะให้รางวัลกับคนกลุ่มนี้นะคะอย่างน้อยก็ให้เขาได้มีสัญชาติเป็นคนไทยคนหนึ่งบ้างปอยว่าคงไม่มากมายจนเกินไป ปอยก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องการถือสัญชาติไทย ทำอย่างไรถึงจะได้มันมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em>พวกคนที่พยายามทำให้โลกนี้เลวร้ายยังไม่เคยหยุดสักวัน ผมจะหยุดได้อย่างไร</em></p>
<p>ประโยคข้างบนเป็นคำกล่าวของ บ็อบ มาร์เล่ วีรบุรุษของคนผิวดำ เขาต่อต้านการเหยียดผิวด้วยการฉีดเพลงเข้าสู่จิตใจคน เสมือนเป็นยารักษาโรคที่หมอพยายามรักษาเยียวยาจิตใจของมนุษย์ทีละขั้นๆ อย่างมีความหวังว่าสักวันมนุษย์ทุกผู้ทุกคนจะกลับมามีความปกติทางความคิด ปอยไม่ได้คลั่งไคล้เพลงของ บ็อบ มาร์เล่ เท่าไหร่นักด้วยเหตุผลส่วนตัวที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของการฟังเพลงก็คือ ปอยไม่ชอบจังหวะของเพลงประเภทนี้ อย่าหาว่าปอยหัวสูงหรือไฮโซเลยนะคะเพราะความจริงแล้วตัวปอยเองก็ไม่ได้เป็นคนที่มีการศึกษาสูงส่งอะไรนัก ปริญญาตรีก็เรียนไม่จบซะด้วยซ้ำแต่ถ้าเป็นเพลงภาษาต่างประเทศปอยเป็นคนชอบฟังเพลงแจ็ซ เพลงบลูส์ หรือเพลงที่ร้องด้วยจังหวะหนักๆของผู้หญิงผิวดำซะมากกว่า<span id="more-567"></span></p>
<p>ไอ้เรื่องเนื้อหาของเพลงไม่ต้องไปสนใจเพราะจะให้กระแดะไปเข้าใจภาษาที่ไม่ใช่ภาษาเกิดสำหรับปอยนั้นเป็นเรื่องยากมากถึงมากที่สุด ฟังเพลงฝรั่งฟังทำนองเอาค่ะแปลไม่ออกปอยก็ยังร้องไห้ได้แต่ บ็อบ มาร์เล่ ที่ปอยรู้จักและชื่นชม ปอยรู้จักมาจากชื่อเสียงของเขาในความเป็นคนมีอุดมคติ จิตใจของเขานับว่าเป็นนักอนุรักษ์คนหนึ่งก็ว่าได้</p>
<p>แสงไฟในความมืดวีรบุรุษของคนจร เท่เก๋อย่าบอกใคร</p>
<p>ปอยว่าบรรดานักอนุรักษ์ทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้นมาประดับโลกใบนี้ เขาเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตของเขาอย่างแสนคุ้มและเกิดประโยชน์จนควรค่าแก่คำว่า อิจฉา อยู่ๆปอยก็นึกรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตาร้อนขึ้นมาซะเฉยๆเมื่อนึกถึงคนเหล่านั้นที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อคนอื่น ชีวิตไหนๆจะคุ้มเท่าการทำสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อให้คนอื่นมีความสุขไปพร้อมๆกับตัวเอง ฮึ๊ย..อิจฉาเว๊ย น้ำท่วมครั้งนี้ถ้าปอยไม่ต้องเป็นผู้ประสบภัยซะเองปอยก็อยากจะออกไปอาสาช่วยชาวบ้านกับเขาเหมือนกัน แต่นี่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอด อย่ากระนั้นเลยช่วยตัวเองก่อนแล้วกัน คนเรานะคะมันต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวกันบ้าง</p>
<p>ดูข่าวหลายๆข่าวแล้วปอยรู้สึกซาบซึ้งใจกับชนเผ่ากลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า ปะกากะยอ เดินทางมาจากสบเมย เพื่อช่วยต่อแพให้ชาวกรุงเทพมหานครฯไว้ใช้ เขาคงจะรู้ว่าเขามีความชำนาญในการต่อแพมากกว่าชาวพื้นราบอย่างเราๆ นัยว่าแกคงดูข่าวทางโทรทัศน์แล้วเห็นแพขี้เรื้อนกะโหลกกะลาของเราเข้า เกิดทนไม่ได้ไอ้พวกนี้มันทำอะไรของมัน เอาแกลอนน้ำมันมาผูกกันบ้าง ถังน้ำพลาสติกบ้าง โฟมบ้าง ต่อกันปุๆปะๆดูไม่ได้แล้วยังมีหน้ามาเรียกว่าแพอีก พี่แกเห็นภาพแล้วคงทนไม่ไหวไปทำให้มันดีกว่า ทั้งๆที่ไม่มีแม้แต่สัญชาติเป็นคนไทยก็ยังสู้อุตส่าห์ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านออกนอกพื้นที่ถึงแม้ว่าจะออกมาได้แค่ 7วันเท่านั้นก็ตาม</p>
<p>ปอยว่ารัฐบาลควรจะให้รางวัลกับคนกลุ่มนี้นะคะอย่างน้อยก็ให้เขาได้มีสัญชาติเป็นคนไทยคนหนึ่งบ้างปอยว่าคงไม่มากมายจนเกินไป ปอยก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องการถือสัญชาติไทย ทำอย่างไรถึงจะได้มันมา จะต้องอยู่และทำประโยชน์อีกเท่าไหร่ถึงจะได้เป็นคนไทย หรือจนชั่วชีวิตนี้ชนเผ่าต่างๆที่อาศัยแผ่นดินไทยอยู่ก็ไม่มีวันได้รับสัญชาติเป็นคนไทยคนหนึ่งกับเขาเลย</p>
<p>เป็นคนดีมันคงไม่พอค่ะต้องฝึกปลิ้นปล้อนด้วยกระมังปอยว่า ก็เห็นมานักต่อนักแล้วนี่คะที่ปลิ้นปล้อนฉ้อฉลกันจนได้ดีบนผิวโลก สังคมเมืองไทยตั้งแต่ปอยเกิดจนปอยเกือบจะแก่ (แปลว่ายังไม่แก่) มันก็เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรเป็นกันจนกระทั่งความไม่เท่าเทียมแบ่งแยกกันออกมาอย่างเห็นได้ชัด เร็วๆนี้ปอยเพิ่งทราบข่าวที่น่าแปลกใจอยู่ข่าวหนึ่งเป็นข่าวที่สร้างความฉงนให้กับปอยมาก และไม่คิดว่าจะยังมีพื้นที่แบบนี้อยู่ในกรุงเทพมหานครฯ ข่าวของพี่น้องชาวหนองระแหง เขตคลองสามวา ไอ้เรื่องน้ำท่วมนี่คงไม่ต้องพูดถึงเพราะมันท่วมแน่ๆอยู่แล้ว</p>
<p>แต่พื้นที่นี้พื้นที่ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ๆมี่น้ำประปาใช้? ไม่ใช่ว่าโดนตัดน้ำนะคะเขาไม่มีน้ำประปาใช้กันมานานแล้ว เฮ่ย!ปอยฟังข่าวผิดรึเปล่าผู้รู้ช่วยบอกที กรุงเทพเมืองฟ้าอมรยังมีที่ๆไม่มีน้ำประปาใช้อยู่ใน พ.ศ.2554 อีกหรือ..บ้ารึเปล่า แล้วสภาพบ้านเรือนที่นักข่าวไปถ่ายทำนี่มันบ้านนอกชัดๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมัวไปทำอะไรกันอยู่ถึงปล่อยให้มีพื้นที่แบบนี้ในเมืองหลวงได้ลงคอ ปอยไม่ได้พูดถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในชุดนี้หรือสมัยนี้นะคะ แต่ปอยหมายความถึงทุกชุดทุกสมัย ฮ๊าย&#8230;อายเขาตายเลยเมืองหลวงไม่มีน้ำประปาใช้ อย่างนี้จะเป็นคนกรุงเทพฯไปทำไมให้เมื่อยตุ้ม</p>
<p>สู้มาเป็นคนปทุมธานีแบบปอยซะดีกว่า มีทั้งน้ำ ทั้งไฟใช้กันแสนสะดวกแต่อาจจะแลกกันอยู่ตรงที่ถ้าจะมาเป็นคนปทุมธานีต้องอยู่กับน้ำท่วมที่ระดับ 1เมตรขึ้นไปให้ได้เกินกว่า 1เดือน และต้องคอยตรวจสภาพจิตใจทั้งของตัวเอง คนนอนข้างๆ และเพื่อนบ้านให้ดีดี ไม่อย่างนั้นใครคนใดคนหนึ่งอาจบ้าไปซะก่อนจนกู่ไม่กลับก็เป็นได้</p>
<p>เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามกับบ้านปอย เป็นเพื่อนบ้านที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อและแม่ของปอยพอดิบพอดี ปอยเรียกแกว่าลุงกับป้า ลุงกับป้าคู่นี้มีชีวิตครอบครัวที่ออกจะแปลกอยู่สักหน่อยในสายตาปอย คราวที่น้ำท่วมใหม่ๆป้าและลูกๆอพยพตัวเองไปอยู่ที่ชลบุรีโดยทิ้งลุงไว้เฝ้าบ้านแต่เพียงผู้เดียว ด้วยนิสัยส่วนตัวของลุงที่ออกจะเป็นคนทะลึ่งตึงตัง ไม่ว่าจะพูดคุยเรื่องอะไรกับแกไม่นานนักแกจะต้องวกมาเข้าเรื่องใต้สะดือทุกครั้งไปและมักจะชอบช่วยนับแต้มให้เพื่อนบ้านว่าวันนี้ปฏิบัติภาระกิจกันไปกี่ครั้งแล้ว ครั้งหนึ่งท่านขุนสงสัยว่าทำไมเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันถึงชอบมีหนุ่มๆมาหาเวลากลางวัน แล้วกลับไปเมื่อเวลาผ่านไปสักชั่วโมงสองชั่วโมง “กิ๊กเขาๆ มาเอ้วกัน” ลุงแกว่าอย่างนั้น</p>
<p>น้ำท่วมคราวนี้ชะรอยว่าแกคงเครียดมาก ไหนจะอยู่คนเดียว ไหนจะไฟดับเมื่อสองวันก่อน เพราะอยู่ๆแกก็ออกมายืนที่ระเบียงด้วยสภาพเนื้อตัวล่อนจ้อน สองมือกุมของสงวนปากก็ร้องตะโกนว่า “กูจะบ้าแล้วโว๊ย” ดีที่มือของแกยังปิดมิดไม่ใช่ราคาคุยอย่างที่แกเคยคุยเอาไว้ไม่อย่างนั้นปอยคงฝันร้ายไปอีกนานที่ต้องเห็นปิ๊กาจู้ของคนแก่ น่าดูตายชัก</p>
<p>ปอยนึกอยากที่จะให้ใครหรืออะไรก็ได้มาขจัดความเพี้ยนออกไปจากพวกเราซะที จะเป็นการบริหารจัดการน้ำที่ชาญฉลาดไม่มัวมาทะเลาะกันด้วยเรื่องที่ไม่เข้ายุคเข้าสมัย หรือจะพูดง่ายๆว่าไม่ถูกกาลเทศะ ถือเป็นเรื่องไร้มารยาทอย่างให้อภัยกันไม่ได้ที่ต้องมาเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ถกเถียงกันด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับความเดือดร้อนในขณะนี้ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันสักทีเถอะค่ะอย่าให้ประชาชนตาดำๆเขาคิดว่าน้ำที่ท่วมท้นล้นปากกันอยู่นี่มันเป็นน้ำการเมือง ศิลปินเพลงในทุกแขนงต่างร่วมแรงกันเอาความคิดและพรสวรรค์ของตัวเองออกมาช่วยจรรโลงจิตใจคนโดยการแต่งเพลงเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัย ฟังแล้วก็เหมือนเห็นแสงเรืองรองที่ส่งพลังงานอบอุ่นออกมาท่ามกลางความมืดที่มันช่างเหงาเหลือเกิน กำลังใจดีดีจากคนไม่รู้จักและคำพูดของคนที่พูดภาษาเดียวกันช่วยได้มากนะคะ</p>
<p>ปอยมักไม่รับโทรศัพท์ของคนที่คิดว่าน่าจะพูดคนละภาษากับปอยเพราะยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด ไอ้ประเภทที่โทรมาแล้วบอกว่ามีเบียร์กินรึเปล่าแล้วก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน อารมณ์นี้นะคะนอกจากไม่สนุกด้วยแล้วยังจำชื่อไว้ว่าถ้าโทรมาอีกกูไม่คุยกับมึงแน่ๆ มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อพี่เบย์ โทรมาแสดงน้ำใจโดยการบอกว่าถ้าปอยไม่สามารถยึดพื้นที่ได้อีกต่อไปมาอยู่กับพี่ได้นะแต่ต้องนอนกับหมา5ตัวเพราะพี่เบย์นอนกับหมา ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ในคำพูดแต่ละประโยคปอยสัมผัสได้ว่าแกจริงใจและเคารพการตัดสินใจในการปกป้องพื้นที่ของปอยอย่างคนเข้าใจดี</p>
<p>ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้เมื่อมีด้านบวกแน่นอนที่สุดมันย่อมต้องมีด้านลบ เมื่อมีแสงไฟในความมืดที่สร้างเสริมกำลังใจให้แก่กันแล้ว แสงไฟชั่วร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดีก็ผุดออกมาในความมืดเช่นกันเป็นแสงไฟโง่เขลาที่มาพร้อมเสียงงัดแงะ กึ้งๆดังมาจากท้ายซอย สักพักก็มีเสียงปังๆๆดังขึ้น3นัดเพื่อหยุดการกระทำเลวทรามของแสงไฟเฮงซวยนั่น นอกจากไม่ช่วยเหลือแล้วยังซ้ำเติมไม่รู้จะแย่งหมาเกิดกันทำไมไอ้พวกนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินอยู่กับปาก(ไม่)อยากอยู่กับน้ำ</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Dec 2011 04:00:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=548</guid>
		<description><![CDATA[น้ำเป็นของเหลวที่ใครๆก็รู้กันดีว่าสามารถเปลี่ยนรูปทรงตามแต่ตาเราจะมองเห็นได้ไปตามภาชนะที่รองรับ ดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกที่เราอาศัยอยู่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงสามในสี่ส่วน ในประเทศไทยที่เราอาศัยเกิดมีน้ำมากมายจนเคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก หลังจากอสุจิที่แข็งแรงที่สุดบุกทะลายรังไข่ได้เราก็อาศัยฟักตัวเป็นตัวเป็นตนอยู่ในน้ำที่เรียกว่าน้ำคร่ำ ในร่างกายของคนเราก็ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%ของร่างกายทั้งหมด คนป่วยในละครหลังข่าวที่หลับไปนานพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ร้องว่าขอน้ำ กินข้าวเสร็จก็ต้องกินน้ำ ชงกาแฟก็ต้องต้มน้ำ ตัวเหม็นก็ต้องอาบน้ำ อยากปล่อยข้าวเม่าก็ต้องใช้น้ำ เปลี่ยวใจก็อยากจะกอดน้องน้ำ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรๆเราก็เรียกหาน้ำ แต่มาวันนี้ประเทศไทย เมืองที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ฟังดูอุดมสมบูรณ์น่าอิจฉายิ่งนัก เกิดปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนไทยค่อนประเทศ ไม่ต้องการน้ำ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็จริงอยู่ แต่ถ้าอะไรที่มันมีมากจนเกินไปเราก็อยากจะขจัดมันออกไปซะให้พ้นๆ เหมือนกันกับปอยที่อยากจะกำจัดพี่น้ำที่มาเยี่ยมบ้านไม่ยอมจากไปซะที อยากจะบอกให้แกรีบไปด้วยเห็นว่าแกก็มานานแล้ว ปอยจมอยู่กับน้ำมานานแรมเดือน จนเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำอย่างไม่เครียดเพราะว่าความเครียดและความวิตกกังวล จะส่งผลให้เกิดไขมันในร่างกายได้ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะทำให้ไตทำงานหนัก ลำพังแค่น้ำท่วมบ้านก็แย่พอตัวอยู่แล้วฉะนั้นเราอย่าชี้ช่องให้ความเจ็บป่วยเข้ามากล้ำกรายเราได้ง่ายๆเลยจะดีกว่า ปอยดูข่าวทางโทรทัศน์ซึ่งสมัยนี้นิยมให้ผู้ชมทางบ้านส่ง sms เข้าไปร่วมสนุกและไม่สนุกกับทางรายการ sms ช่วงนี้คงไม่มีเรื่องอะไรให้พูดคุยกันนอกจากเรื่องน้ำ และ sms ข้อความที่ปอยอ่านเห็นบ่อยที่สุดก็คือข้อความที่บอกว่า “หมู่บ้าน123น้ำท่วมถึง456แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลเลย ขอความช่วยเหลือด่วน” ส่ง smsได้แสดงว่ายังมีไฟฟ้าใช้ มีโทรทัศน์ดูสะดวกพอตัวขนาดนี้ทำไมไม่รู้จักที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อนนะ ปอยละไม่เข้าใจ ปอยนั่งอ่านไปแล้วก็ตอบข้อความของคนเหล่านั้นไปทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางที่เจ้าของข้อความจะได้ยินว่า “ของกูท่วมเยอะกว่ามึงอีก” คุณยายที่อยู่บนหลังคาในซอยพหลโยธิน 48 ซอยเดียวกับบ้านแม่ปอยก็ท่วมเยอะกว่าไม่เห็นยายจะส่ง sms หาใครเลย พี่น้องจังหวัดอื่นๆหรือโดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานีที่ปอยตั้งใจมาเป็นสมาชิก บางบ้านเหลือแต่หลังคาหนักกว่าคนใน sms ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า บางข้อความบอกว่าลำบากมากไม่มีหน่วยงานไหนมาดูแลท่วมถึงเข่าแล้วปอยอยากจะตะโกนให้เจ้าของข้อความได้ยินว่า ของกูมิดหัวแล้วว๊อยท่วมมาก่อนมึงตั้งนานยังไม่บ่นเลย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำเป็นของเหลวที่ใครๆก็รู้กันดีว่าสามารถเปลี่ยนรูปทรงตามแต่ตาเราจะมองเห็นได้ไปตามภาชนะที่รองรับ ดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกที่เราอาศัยอยู่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงสามในสี่ส่วน ในประเทศไทยที่เราอาศัยเกิดมีน้ำมากมายจนเคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก หลังจากอสุจิที่แข็งแรงที่สุดบุกทะลายรังไข่ได้เราก็อาศัยฟักตัวเป็นตัวเป็นตนอยู่ในน้ำที่เรียกว่าน้ำคร่ำ ในร่างกายของคนเราก็ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%ของร่างกายทั้งหมด<br />
<span id="more-548"></span></p>
<p>คนป่วยในละครหลังข่าวที่หลับไปนานพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ร้องว่าขอน้ำ กินข้าวเสร็จก็ต้องกินน้ำ ชงกาแฟก็ต้องต้มน้ำ ตัวเหม็นก็ต้องอาบน้ำ อยากปล่อยข้าวเม่าก็ต้องใช้น้ำ เปลี่ยวใจก็อยากจะกอดน้องน้ำ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรๆเราก็เรียกหาน้ำ</p>
<p>แต่มาวันนี้ประเทศไทย เมืองที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ฟังดูอุดมสมบูรณ์น่าอิจฉายิ่งนัก เกิดปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้คนไทยค่อนประเทศ ไม่ต้องการน้ำ</p>
<p>น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็จริงอยู่ แต่ถ้าอะไรที่มันมีมากจนเกินไปเราก็อยากจะขจัดมันออกไปซะให้พ้นๆ เหมือนกันกับปอยที่อยากจะกำจัดพี่น้ำที่มาเยี่ยมบ้านไม่ยอมจากไปซะที อยากจะบอกให้แกรีบไปด้วยเห็นว่าแกก็มานานแล้ว ปอยจมอยู่กับน้ำมานานแรมเดือน จนเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำอย่างไม่เครียดเพราะว่าความเครียดและความวิตกกังวล จะส่งผลให้เกิดไขมันในร่างกายได้ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะทำให้ไตทำงานหนัก  </p>
<p>ลำพังแค่น้ำท่วมบ้านก็แย่พอตัวอยู่แล้วฉะนั้นเราอย่าชี้ช่องให้ความเจ็บป่วยเข้ามากล้ำกรายเราได้ง่ายๆเลยจะดีกว่า</p>
<p>ปอยดูข่าวทางโทรทัศน์ซึ่งสมัยนี้นิยมให้ผู้ชมทางบ้านส่ง sms เข้าไปร่วมสนุกและไม่สนุกกับทางรายการ sms ช่วงนี้คงไม่มีเรื่องอะไรให้พูดคุยกันนอกจากเรื่องน้ำ และ sms ข้อความที่ปอยอ่านเห็นบ่อยที่สุดก็คือข้อความที่บอกว่า “หมู่บ้าน123น้ำท่วมถึง456แล้ว ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลเลย ขอความช่วยเหลือด่วน” ส่ง smsได้แสดงว่ายังมีไฟฟ้าใช้ มีโทรทัศน์ดูสะดวกพอตัวขนาดนี้ทำไมไม่รู้จักที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อนนะ ปอยละไม่เข้าใจ</p>
<p>ปอยนั่งอ่านไปแล้วก็ตอบข้อความของคนเหล่านั้นไปทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางที่เจ้าของข้อความจะได้ยินว่า “ของกูท่วมเยอะกว่ามึงอีก” คุณยายที่อยู่บนหลังคาในซอยพหลโยธิน 48 ซอยเดียวกับบ้านแม่ปอยก็ท่วมเยอะกว่าไม่เห็นยายจะส่ง sms หาใครเลย </p>
<p>พี่น้องจังหวัดอื่นๆหรือโดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานีที่ปอยตั้งใจมาเป็นสมาชิก บางบ้านเหลือแต่หลังคาหนักกว่าคนใน sms ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า บางข้อความบอกว่าลำบากมากไม่มีหน่วยงานไหนมาดูแลท่วมถึงเข่าแล้วปอยอยากจะตะโกนให้เจ้าของข้อความได้ยินว่า ของกูมิดหัวแล้วว๊อยท่วมมาก่อนมึงตั้งนานยังไม่บ่นเลย ดูซิเจ้าของข้อความจะบอกว่าตัวเองลำบากได้ลงอีกไหม </p>
<p>อะไรกันเป็นผู้ประสบภัยน้องใหม่แท้ๆโวยวายกว่าคนที่เขาเจอมาเป็นเดือนๆซะอีก<br />
จะว่าไปเรื่องคนรอความช่วยเหลือกับคนที่บากบั่นเข้าไปให้ความช่วยเหลือมันก็น่าเห็นใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายนะคะแต่ฝ่ายหลังนี่ฟังดูจะน่าเห็นใจมากกว่า ปอยเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยที่พี่น้ำมาหาด้วยความสูงที่ 1.50เมตรไอ้ความเห็นใจที่มีต่อผู้ประสบภัยด้วยกันไม่ต้องบอกก็ต้องรู้กันได้ว่าปอยต้องเห็นใจมากอยู่แล้ว เพราะตัวปอยเองก็ลำบากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร </p>
<p>ปอยเป็นผู้ประสบภัยที่ยึดพื้นที่อย่างมั่นคงไม่ย้ายไปไหน ก็นี่มันบ้านเราจะให้เราไปไหนได้ล่ะ เมื่อรักที่จะอยู่เราก็ต้องรับได้กับการขาดการติดต่อจากโลกภายนอกหรือติดต่อได้ก็คงต้องเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น และเตรียมพร้อมสำหรับการดูแลตัวเอง อย่าลืมนะคะว่าไม่ใช่มีเพียงแต่เราเท่านั้นที่ลำบากอยู่ คนอีกเป็นพันเป็นแสนที่เขาเป็นเหมือนเราและมากกว่าเรา ฉะนั้นจะเรียกร้องอะไรปอยว่าน่าจะคิดกันสักนิดว่าในเมื่อยังอ้าปากบ่นได้แขนขาที่มีอยู่ก็น่าจะพาตัวเองไปพบกับความรอดได้เหมือนกัน</p>
<p>ปอยเห็นใจคนที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยซะมากกว่า ลองคิดดูจริงๆนะคะไม่ต้องคิดเล่นๆกันละ เขาเหล่านั้นต้องขนข้าวของมามากมายเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้เดือดร้อนที่ไม่สามารถออกไปไหนได้และถึงออกได้ก็ไม่ยอมออก ขึ้นรถต่อเรือไม่รู้กี่ทอดต่อกี่ทอดกว่าจะมาถึงสถานที่แต่ละแห่ง ออกเดินทางกันแต่เช้าและกลับกันไปในเวลาเลยเย็น เขามาพร้อมจิตอาสาที่ยินดีจะช่วยเหลือเหนื่อยไม่เหนื่อยเปล่ายังโดนด่าอีก เพราะคนคอยกับคนมาอารมณ์มันไม่เหมือนกัน “แจกแต่ท้ายซอยปากซอยไม่เห็นได้เลย” เขาเอามาให้ก็ดีแค่ไหนแล้วยังจะปากมากไปโวยวายเขาอีก</p>
<p>ทำไมปอยเห็นใจบรรดาจิตอาสามากกว่า ลองคิดว่าถ้าคุณต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ดูสิคะมาช่วยมันแท้ๆพ่อแม่ก็ไม่ใช่ยังจะมามีเสียงกันอีก โธ่ถัง&#8230;</p>
<p>แต่เมื่อเกิดเรื่องขาดๆเกินๆขึ้นกับชีวิตแล้วเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับมันให้ได้อย่างมีความสุขถึงแม้ว่าจริงๆแล้วมันจะไม่สุขสักเท่าไหร่ก็ตามทีเถอะ ในซอยเดียวกันกับปอยมีสองตายายคู่หนึ่งแกเรียนรู้ที่จะอยู่กับน้ำอย่างมีความสุข จริงๆแล้วอายุอานามของสองผัวเมียคู่นี้ยังไม่ถึงกับขั้นที่ปอยจะเรียกว่าตา-ยายได้หรอกนะคะ </p>
<p>ถ้าจะให้อาวุโสกว่าปอยก็เป็นได้แค่เพียงลุงกับป้า ช่วงแรกๆที่ปอยย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆสองผัวเมียคู่นี้ก็เป็นลุงกับป้าอยู่ตามพ.ศ.กระดูกของแกนั่นแหละ แต่พอวันหนึ่งที่ฝ่ายเมียเกิดเป็นอัมพฤกษ์เดินๆอยู่ก็ล้มแผละเหมือนโดนเด็ดกระดูกทิ้ง ครั้นพอรักษาตัวเกือบจะหายจนพอจะเขยกเดินได้กับเขาบ้างถึงจะลำบากลำบนที่ต้องคอยใช้ไม้เท้าแถมมืออีกข้างก็ต้องคอยยกไว้ให้สูงๆ ก็ยังดีกว่าที่จะเดินไม่ได้เลยเหมือนแต่ก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงตามมาก็คือคุณป้าอัมคนนี้แกเปลี่ยนการเรียกตัวเองจากป้ามาเป็นยาย? อะไรว๊า</p>
<p>ปอยงงเท่าที่คนสติดีดีคนหนึ่งจะงงได้ ทำไมหายป่วยแล้วก็เกิดอยากแก่ขึ้นมาซะล่ะ เอ้าจะเอาอย่างนั้นก็ได้ยายก็ยายวะ ปอยเรียกสองผัวเมียคู่นี้ว่า ตา-ยาย ตามที่เจ้าตัวปรารถนาอยากแก่กว่าวัยกันนักปอยก็จะสนองให้ เขาว่ากันว่าอะไรที่มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงเรานักถ้ามันพอจะทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกดีได้ก็จงทำไปเถอะถ้าเป็นยายแล้วรู้สึกดีปอยก็จะยอมให้แม่ปอยเป็นลูกของคนที่อายุน้อยกว่าหรืออาจจะเท่ากันสักครั้งหนึ่ง แม่ปอยคงจะยินดี</p>
<p>ตา-ยายคู่นี้อยู่สู้กับน้ำกันแค่สองคนผัวเมีย ข้างบ้านเล่าว่าลูกสาวที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเมื่อครั้งน้ำยังไม่ท่วม เกิดมีปากเสียงกับพ่อของตัวเองพอน้ำท่วมก็อพยพไปเพียงลำพังปล่อยพ่อที่แก่แล้วกับแม่ที่เป็นอัมพฤกษ์ผจญกับน้ำท่วมกันไปไม่มาดูดำดูดี น่าสรรเสริญซะจริง </p>
<p>สองตา-ยายที่แก่ก่อนวัยมีอาชีพขายเฉาก๊วยแก้ร้อนใน แต่เมื่อน้ำท่วมแบบนี้เฉาก๊วยที่มีก็ยังแก้ร้อนใจให้ตัวเองไม่ค่อยจะได้ มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ดัดแปลงเพื่อเป็นรถขายเฉาก๊วย จอดนิ่งสนิทอยู่ภายในบ้าน เฮ้อเมื่อไหร่จะได้ขายน๊อ ปอยเดาเอาเองว่าแกคงจะบ่นทำนองนี้ออกมาบ้างละ เพราะเป็นปอยๆจะบ่นแน่ๆ คนเรานะคะเคยทำงานทุกวันๆอยู่ๆจะให้มาอยู่นิ่งๆนั่งมองหน้าเมียไปวันๆมันจะได้ซะที่ไหน มันให้มีการต้องเบื่อกันบ้างไม่มากก็น้อย</p>
<p>ตอนที่ปอยลุยน้ำออกไปตลาดไทยปอยยังลอบมองเห็นสายตาที่ส่อแววอิจฉาของแกอยู่ลับๆ ตาจะต้องนึกอิจฉาปอยแน่ๆที่ปอยได้ออกจากบ้านซะมั่งถึงปอยจะเปียกไปทั้งตัวก็เถอะ สองวันต่อมาความคิดของปอยก็ออกจะมีเค้าอยู่สักหน่อย ตาแต่งตัวแต่เช้าปอยตะโกนถามว่าไปไหนล่ะตาแกว่าแกจะไปตลาดไท นั่นไงเห็นไหมปอยว่าแล้วไม่มีผิดแกอยากออกไปดูน้ำท่วมภายนอกมากกว่านั่งมองน้ำท่วมอยู่หน้าบ้านจะว่าตาอยากได้ของกินอื่นๆเพิ่มเติมก็ไม่เห็นจะถูกนัก เพราะตาเพิ่งฝากเงินให้ปอยไปซื้อน้ำพริกและหมูหยองมาให้หยกๆ มันต้องเป็นอย่างที่ปอยคิดไม่ผิดละ </p>
<p>เกิดเป็นคนกับเขาทั้งทีจะให้มานั่งงอมืองอเท้าอยู่กับบ้านรอคอยความช่วยเหลือแต่ฝ่ายเดียวปอยว่าไม่ค่อยจะถูกนักโดยเฉพาะพ่อค้าเฉาก๊วยที่ตะลอนขายของมาทุกวันๆแบบตา<br />
ความดิ้นรนในการช่วยเหลือตัวเองของตายังไม่จบแค่นั้นเมื่อพี่น้ำไม่ยอมลดราวาศอกสักที ถึงจะลดพี่แกก็ลดแบบไม่เต็มใจนัก ขามาแกมาทีละศอกสองศอก ขาไปแกไปทีละเซ็นสองเซ็นมันน่าเจ็บใจไหมล่ะ ตาก็คงจะเจ็บใจไม่แพ้ปอยโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วแกเป็นพ่อค้า เมื่อเงินที่มีอยู่อย่างน้อยนิดเริ่มหมดไปแล้วปอยก็ไม่เห็นว่าแกจะมีญาติพี่น้องที่ไหนบุกป่าฝ่าน้ำเข้ามาดูดำดูดี เพื่อนบ้านที่มีอยู่หรือก็กำลังร่วมชะตาเดียวกันอยู่ ตาจำต้องคิดทางช่วยเหลือตัวเองโดยการทำเฉาก๊วยออกไปขายหน้าหมู่บ้าน ฮ่าฮ่า&#8230;</p>
<p>จากที่ตาเคยทำเฉาก๊วยใส่ถ้วยเคลือบสีขาวขอบน้ำเงินที่เราเคยเห็นกันดาษดื่น เฉาก๊วยถ้วยละ10บาท ตาเปลี่ยนแผนสู้วิกฤตโดยการทำเฉาก๊วยใส่กระป๋อง ขึ้นแพของเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามโดยการว่าจ้างให้ลากแกไปส่งและรอรับกลับ หน้าหมู่บ้านมีคนที่เดินลุยน้ำเข้าๆออกๆเพื่ออพยพบ้าง เข้ามาดูบ้านบ้าง หาซื้อของกินอื่นนอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋องบ้าง เดินลุยน้ำมันเหนื่อยนะคะกินแรงกันน่าดูปอยเคยแล้วตอนที่น้ำท่วมได้3วัน ตอนนั้นหน้าบ้านยังอยู่แค่ระดับเอว และถนนยังอยู่ที่ระดับครึ่งน่อง ปอยเดินลุยออกจากบ้านเพื่อไปหมู่บ้านวรารักษ์ หลังจากทราบข่าวว่าหมู่บ้านนี้แห้งสนิท </p>
<p>ชักขวนกันกับเพื่อนบ้านว่าเราจะไปหาซื้อถ่านหุงข้าวมาไว้เพราะถ้าแก๊ซหมดเราคงอดตายกันแน่ๆ เดินไปด้วยความไม่ประมาณตนเองโดยแท้ พฤกษา13กับวรารักษ์ อยู่ห่างกันเท่า2หมาแม๊ว ปอยแทบอยากจะกลั้นใจตายซะให้ได้ลำพังเดินธรรมดาๆปอยว่าอาจจะพอไหวแต่เดินลุยน้ำด้วยนี่ ขอบอกว่ามันไม่ไหวจริงๆ ลุยน้ำออกจากบ้านตั้งแค่ 9โมงเช้ากว่าจะกลับถึงบ้านอีกทีก็4โมงเย็น แม่เว๊ย..เพราะฉะนั้นการที่ตาจะออกไปขายเฉาก๊วยปอยว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว</p>
<p>ข่าวที่น่ายินดีเกี่ยวกับตายายคู่นี้คือ ตาขายเฉาก๊วยหมดทุกวันทำให้ยายมีเงินไว้ซื้อโปรตีนและเส้นใยอาหารเข้าสู่ร่างกาย วิกฤตแบบนี้แน่นอนค่ะที่ไม่มีใครอยากจะให้มันเกิดแต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วเราจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับและปรับตัวที่จะอยู่กับมันให้ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องยิ้มรับกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะความกลัว และจิตใจที่ขุ่นมัวจะทำให้ร่างกายผลิตไขมันขึ้นมาและเป็นไขมันฝ่ายร้ายซะด้วยแถมยังส่งผลให้ไตทำงานหนักแล้วเรื่องอะไรเราจะยอมให้ผู้ร้ายเข้ามาอยู่กับเราง่ายๆ จริงไหม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไดอารี่ชุด แสงไฟในความมืด</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/544.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/544.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2011 07:39:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=544</guid>
		<description><![CDATA[บทนำ ปอยยืนดูระดับน้ำที่ค่อยๆลดลงวันละ 2-3 ซม. น้ำเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆตั้งแต่วันที่ 2 จนมาถึงวันนี้ 7 พฤศจิกายน 2554ระดับน้ำลดลงมา 30ซม. จากความสูงที่น้ำทำสถิติไว้ 1.50ม ปีนี้เป็นปีที่ต้องจดจำอีกปีหนึ่งของช่วงชีวิต ปอยมองวิกฤตการณ์ครั้งนี้ว่ามันเป็นโอกาสอันดีที่เราจะฝึกการยกระดับจิตใจ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่เราจะได้มีเวลาสำรวจสภาพจิตใจของตนเองว่า ยามที่เราประสบปัญหาที่หนักหน่วง เราจะต่อสู้หรือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้อย่างไร และเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะได้เห็นอะไรๆหลายๆอย่างจากที่ไม่เคยเห็น ความมีน้ำใจของเพื่อนร่วมโลกที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้ แต่เราก็ได้มันในคราวนี้ ความเห็นแก่ตัวของคนที่คิดว่าเป็นเพื่อน ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่เราก็ได้เห็นมันในคราวนี้เช่นกัน 20 ตุลาคม 2554 เป็นวันแรกที่น้ำเริ่มเข้าบ้านและเป็นวันเริ่มต้นที่ทำให้ปอยต้องติดอยู่ในบ้านของตัวเอง แน่นอนเหตุการณ์ครั้งนี้นำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิต นำความเสียหายมาสู่บ้านเรือน และที่แน่ๆ มันนำความหดหู่มาสู่จิตใจแต่สิ่งหนึ่งที่ปอยรู้แน่ๆก็คือ เราไม่ได้หดหู่แต่เพียงผู้เดียว เรามีผู้ร่วมชะตากรรมมากมายเรือนแสน และหลายต่อหลายครอบครัวย่ำแย่มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันทวี แหม มันช่างเป็นชะตากรรมที่ไม่มีใครอยากเจอร่วมกันเลยนะปอยว่า การติด อยู่ในบ้านตัวเองครั้งนี้ทำให้ปอยได้เสพข่าวสารแบบเกินอิ่ม เกิดมาก็ไม่เคยนั่งดูโทรทัศน์ได้มากมายยาวนานเท่าครั้งนี้มาก่อน ไม่เคยได้เสพข่าวแบบเกินอิ่ม และไม่เคยรู้สึกว่าบ้านเรา ทำไมมันแคบแบบนี้วะ ปอยยังโชคดีกว่าใครอีกหลายๆคนนักที่ยังมีบ้านให้อยู่ลี้ภัย การลี้ภัยของปอยเป็นการลี้ภัยโดยการยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นพลเมืองชั้น2 ฟังดูคำว่าพลเมืองชั้นสองรู้สึกมันจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินแต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ พลเมืองชั้นสองในที่นี้คือการ ย้ายการดำรงชีวิตของตัวเองแทบจะเกือบทุกอย่างมาอยู่บนชั้นสองของบ้าน แปรสภาพชีวิตตัวเองเป็นคนหยิ่งยโสชนิดที่แขกไปใครมาก็ไม่เปิดประตูต้อนรับ ทำได้ก็เพียงเปิดหน้าต่างชะโงกถามว่า “มาจากหน่วยงานไหนคะ” แน๊&#8230;ไปสอดรู้เขา ทุกคนที่มาเยี่ยมเยียนปอยที่บ้านจะต้องทำใจ ว่าเจ้าของบ้านแถบนี้แหมมันแสนจะเย่อหยิ่ง แต่ละคนที่แวะเวียนมาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแหงนคอเงยหน้าพูดกับพวกเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บทนำ</strong><br />
ปอยยืนดูระดับน้ำที่ค่อยๆลดลงวันละ 2-3 ซม. น้ำเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆตั้งแต่วันที่ 2 จนมาถึงวันนี้ 7 พฤศจิกายน 2554ระดับน้ำลดลงมา 30ซม. จากความสูงที่น้ำทำสถิติไว้ 1.50ม ปีนี้เป็นปีที่ต้องจดจำอีกปีหนึ่งของช่วงชีวิต ปอยมองวิกฤตการณ์ครั้งนี้ว่ามันเป็นโอกาสอันดีที่เราจะฝึกการยกระดับจิตใจ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่เราจะได้มีเวลาสำรวจสภาพจิตใจของตนเองว่า ยามที่เราประสบปัญหาที่หนักหน่วง เราจะต่อสู้หรือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้อย่างไร และเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะได้เห็นอะไรๆหลายๆอย่างจากที่ไม่เคยเห็น<br />
<span id="more-544"></span></p>
<p>ความมีน้ำใจของเพื่อนร่วมโลกที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะได้ แต่เราก็ได้มันในคราวนี้  ความเห็นแก่ตัวของคนที่คิดว่าเป็นเพื่อน ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่เราก็ได้เห็นมันในคราวนี้เช่นกัน<br />
20 ตุลาคม 2554 เป็นวันแรกที่น้ำเริ่มเข้าบ้านและเป็นวันเริ่มต้นที่ทำให้ปอยต้องติดอยู่ในบ้านของตัวเอง แน่นอนเหตุการณ์ครั้งนี้นำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิต นำความเสียหายมาสู่บ้านเรือน และที่แน่ๆ มันนำความหดหู่มาสู่จิตใจแต่สิ่งหนึ่งที่ปอยรู้แน่ๆก็คือ เราไม่ได้หดหู่แต่เพียงผู้เดียว เรามีผู้ร่วมชะตากรรมมากมายเรือนแสน และหลายต่อหลายครอบครัวย่ำแย่มากกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันทวี แหม มันช่างเป็นชะตากรรมที่ไม่มีใครอยากเจอร่วมกันเลยนะปอยว่า</p>
<p>การติด อยู่ในบ้านตัวเองครั้งนี้ทำให้ปอยได้เสพข่าวสารแบบเกินอิ่ม เกิดมาก็ไม่เคยนั่งดูโทรทัศน์ได้มากมายยาวนานเท่าครั้งนี้มาก่อน ไม่เคยได้เสพข่าวแบบเกินอิ่ม และไม่เคยรู้สึกว่าบ้านเรา ทำไมมันแคบแบบนี้วะ ปอยยังโชคดีกว่าใครอีกหลายๆคนนักที่ยังมีบ้านให้อยู่ลี้ภัย การลี้ภัยของปอยเป็นการลี้ภัยโดยการยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นพลเมืองชั้น2 ฟังดูคำว่าพลเมืองชั้นสองรู้สึกมันจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินแต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ พลเมืองชั้นสองในที่นี้คือการ ย้ายการดำรงชีวิตของตัวเองแทบจะเกือบทุกอย่างมาอยู่บนชั้นสองของบ้าน แปรสภาพชีวิตตัวเองเป็นคนหยิ่งยโสชนิดที่แขกไปใครมาก็ไม่เปิดประตูต้อนรับ ทำได้ก็เพียงเปิดหน้าต่างชะโงกถามว่า “มาจากหน่วยงานไหนคะ” แน๊&#8230;ไปสอดรู้เขา ทุกคนที่มาเยี่ยมเยียนปอยที่บ้านจะต้องทำใจ ว่าเจ้าของบ้านแถบนี้แหมมันแสนจะเย่อหยิ่ง </p>
<p>แต่ละคนที่แวะเวียนมาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแหงนคอเงยหน้าพูดกับพวกเรา จะให้ทำอย่างไรได้ละคะก็เรามันพวกพลเมืองชั้นสองซะแล้วนี่ โชคดีที่ปอยซื้อบ้านสองชั้นโชคดีกว่าใครหลายๆคนที่ ตอนนี้เขาเหล่านั้น ไม่เหลืออะไรเลย</p>
<p>หลายคนที่บ้านช่องพังเสียหาย ทุกสิ่งทุกอย่างมลายหายไปกับน้ำ ไม่มีแม้แต่สมบัติติดกายหรือจะพูดเอาขำๆว่า เหลือกางเกงในให้นุ่งก็บุญแล้วก็เห็นจะไม่ผิดอะไรนัก ข้อเสียของมหาอุทกภัยในรอบ 50ปีนี้คืออะไรไม่ต้องถามก็คงจะรู้คำตอบกันอยู่แล้วแบบไม่ต้องอ้าปาก ข้อเสียนานัปการก็จะประเดประดังกันเข้ามาแบบไม่อยากจะตั้งรับ ในเมื่อข้อเสียมันเยอะนักพบเจอมันอยู่แล้วทุกเมื่อเชื่อวัน แต่เราจะมัวให้ข้อเสียเหล่านั้นมันกัดกินใจเราอย่างเดียวนะหรือ </p>
<p>เราลองมามองหาข้อดีกันดูสักหน่อย ปอยคิดว่าเออ เราลองมานึกซิว่ามันมีข้อดีซ่อนอยู่ในวิกฤตครั้งนี้บ้างรึเปล่า แต่เมื่อปอยมาลองนึกดูปอยก็พบคำตอบที่ว่า เราไม่จำเป็นต้องนั่งนึกเลยเพราะข้อดีต่างๆมันแอบตีคู่มากับข้อเสียโดยที่เราไม่รู้สึกตัว&#8230;อ้าว ทำไมเราไม่รู้สึกตัวล่ะ หรือข้อดีเป็นขอมดำน้ำลึก ลึกซะจนเรามองไม่เห็นคงจะไม่ใช่อย่างนั้นแน่ๆ แต่เป็นเพราะข้อดีที่ว่ามันตัวเล็กกว่าข้อเสียที่เราได้พบได้เจอต่างหากล่ะ</p>
<p><strong>ยินดีที่ไม่รู้จัก</strong><br />
มหาอุทกภัยทำให้เราได้พูดคุยกับคนที่เราไม่เคยรู้จักด้วยรอยยิ้ม และ เป็นยิ้มที่จริงใจโอบอ้อมจนรู้สึกได้ซะด้วย ตั้งแต่กองทัพน้ำเริ่มย่องเข้าบ้านปอยมาทางท่อรอบายน้ำเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 กองทัพเกรียงไกรที่ชาญฉลาดพยายามยามพังประตูบ้านปอยเพื่อที่จะมายึดพื้นที่โดยการปล่อยตัวเองตามธรรมชาติมาทางท่อระบายน้ำ ชะหน่อยแน่ะเข้าทางประตูไม่ได้พวกแล่นดอดเข้าท่อซะอย่างนั้น</p>
<p>ปอยก็ปลงว่าเออ มาๆๆ อยากมาก็มาจะได้จบๆกันซะที ใจคิดว่าพี่น้ำแกน่าจะเกรงอกเกรงใจเราบ้าง ไหนๆจะเป็นผู้บุกรุกแล้วก็น่าที่จะอยู่กับเราไม่นานและมาแต่จำนวนพลพรรคที่น้อยๆหน่อย แต่ที่ไหนได้ชะรอยพี่น้ำแกคงจะไม่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับสมบัติผู้ดี จึงไม่รู้ว่าการเข้าบ้านคนอื่นโดยที่เจ้าของบ้านไม่เต็มใจนั้น ควรทำตัวอย่างไร พี่น้ำพาตัวมานอนเหยียดยาวอยู่ในบ้านปอยแบบไม่เกรงอกเกรงใจ นอนไม่นอนเปล่ายังไปเบียดทับบีบอัดจนทำให้ห้องน้ำที่เหลือให้ใช้อยู่ห้องเดียวใช้ไม่ได้ อ้าว! เอาละสิทีนี้ </p>
<p>ย้ายมาอยู่บนชั้นสองมีไฟมีห้องน้ำชั้นบนให้ใช้ได้แต่ ชักโครกกดไม่ลง คนนะคะกินเข้าไปแล้วก็ต้องถ่ายออก แต่ทีนี้ไม่มีที่จะให้ถ่ายความกลุ้มเริ่มเข้าครอบงำปอยทันที กูจะขี้ยังไงวะเนี่ยโอ้โฮ อะไรมันจะอัดอั้นปานนี้อย่าบอกนะว่าต้องปล่อยใส่ถุง แต่ชีวิตปอยก็ยังไม่เหม็นขนาดนั้นเมื่อปอยได้รู้ว่าชักโครกมียาแนวที่ช่างได้ยารูระบายอากาศไว้เพื่อกันกลิ่น ต่อยรูนั่นออกซะให้มันดูดอากาศลงไปมันก็จะดูดเอาข้าวเหม้าทอดของเราไปด้วย ปอยต่อยยาแนวนั้นออกทันที พี่โครกก็ดูดจ็วบๆๆซดขี้เราลงไปอร่อยเหาะ&#8230;อ้วก</p>
<p>พี่น้ำก่อเรื่องไม่หยุดหย่อนนะคะ เข้าบ้านเขาไม่เข้าเปล่าหาเรื่องให้เขาต้องทนทรมานกับการปล่อยของเสียแล้วแทนที่จะหยุดเพิ่มปริมาณ เปล่าเลยค่ะพี่น้ำยังคอยเพิ่มปริมาณของตนเองอยู่เรื่อยๆๆๆ ไม่หยุดหย่อน ชั่วระยะเวลาไม่ถึง 4วันพี่น้ำเพิ่มระดับจากตาตุ่มมาเป็นช่วงอกได้อย่างหน้าไม่อาย และเพิ่มเป็นมิดหัวปอย ย้ำว่าหัวปอยนะเพราะปอยสูงแค่ 1.50เมตร ภายในเวลาอีกไม่กี่วันช่างไม่มีมารยาทเอาซะเลยพี่น้ำ</p>
<p>ปอยยืนภาวนาอยู่ที่หน้าต่างว่า พอแค่นี้เถอะนะเพราะถ้าพี่ยังจะเพิ่มขนาดตัวขึ้นไปมากกว่านี้อีก อีก20 ซม. ตัวพี่ก็จะถึงมิตเตอร์ไฟแล้วนะคะ ไฟโดนตัดขึ้นมาปอยจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรได้ หันซ้ายหันขวาก็เจอแต่ห้องสี่เหลี่ยมกับหน้าสามีที่จิตใจฟุ้งซ่านมากกว่าปอยไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า พอเถอะนะพี่น้ำนะปอยไม่อยากไปอยู่ในค่ายอพยพที่ต้องนอนเรียงกันเป็นตับและต่อคิวเข้าห้องน้ำ ดูแววแล้วพี่น้ำแกคงเห็นใจปอยสถิติที่แกทำทิ้งไว้เลยหยุดอยู่ที่ 1.50เมตร</p>
<p>1อาทิตย์ที่ปอยต้องเดินวนไปวนมาบนชั้นบนของบ้านที่มีห้องนอนอยู่สามห้อง ซึ่งเวลานี้ได้ปรับสภาพเป็น 1ห้องนอน 1ห้องครัว และ1ห้องสัมภาระ ปอยมีความคิดที่จะลุยน้ำออกไปตลาดไท เพื่อซื้อสารอาหารเพิ่มเติมหลังจากที่ขาดสารอาหารมาเป็นอาทิตย์แล้ว ปอยจะต้องซื้อโปรตีนและเส้นใยอาหารมาบริโภคเพื่อสุขภาพกายให้ได้ คิดได้แบบนี้ปอยก็ตัดสินใจเดินทางมุ่งสู่ตลาดไททันที เพราะทราบข่าวจากเพื่อนบ้านมาว่า ตลาดไทยังมีของขายเพราะน้ำไม่ท่วมตลาดและยังมีธนาคารให้เรากดเงินได้</p>
<p>28 พฤศจิกายน 2554 ปอยเตรียมตัวออกเดินทางไปตลาดไท โดยการถ่อแพที่เพื่อนบ้านทิ้งไว้ให้ออกไปที่หน้าหมู่บ้าน สามีปอยที่คิดอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นท่านขุนเป็นคนช่วยถ่อแพออกไปส่งนางทาสผู้ต้อยต่ำ และกลับเข้าบ้านเพื่ออยู่เฝ้าบ้านรอขโมย มันมีขโมยนะคะในซอยบ้านปอยโดนงัดไป2หลังแล้ว เลวจริงๆไอ้พวกนี้ ถึงหน้าหมู่บ้านมีรถทหารผ่านมาพอดีปอยตะโกนบอกเขาว่ารอด้วยค่ะขอไปด้วยคน รถทหารจอดรับผู้ประสบภัยแบบเดียวกันกับปอยตามรายทางไปเรื่อยๆ </p>
<p>ในรถทหารเต็มไปด้วยผู้ประสบภัยที่ต่างก็กำลังอพยพไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดบ้าง ต่างก็ต้องออกไปรักษาตัวเพราะโดนกระเบื้องบาดบ้าง และอีกหลายคนมุ่งหน้าไปตลาดไทเหมือนกันกับปอย เราทักทายกันบนรถตามประสาผู้ร่วมชะตากรรมด้วยหน้าตายิ้มแย้มแบบที่ไม่เคยยิ้มให้กันได้กว้างเท่านี้ ปอยนั่งข้างๆน้องผู้หญิงสองคนที่ขึ้นรถมาหลังปอยแค่ไม่กี่ป้ายโดยไม่ใส่รองเท้า ถามทราบความว่า “รองเท้าหนูลอยหายไปกับน้ำแล้วพี่” น้องเขาเป็นคนพื้นที่บ้านอยู่ในซอยใกล้ๆหมู่บ้านพฤกษา 13 ที่ปอยมาซื้ออยู่เราพูดคุยสอบถามสาระทุกสุกๆดิบๆกันพอเป็นกระศัย ที่บ้านท่วมแค่ไหนแล้วอยู่กันอย่างไร โอ้โฮถึงอกเลยเหรอแหมพอๆกันเลยที่บ้านเลยหน้าผากแล้วแน่ะ เราจะไปตลาดไทเหมือนกัน “พี่จะไปตลาดไทเหมือนกันเหรอดีเลยพี่ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราไปด้วยกันนะ”</p>
<p>รถทหารพาเรามาส่งที่หน้าวัดธรรมกายวัดที่มีวลีเป็นที่รู้จักกันถ้วนทั่วว่า กัลยาณมิตร ตอนนี้ได้กลายเป็นสถานที่แห่งการแจกจ่ายข้าวปลาอาหารให้ผู้ประสบภัยไปซะแล้ว คณะของเราซึ่งประกอบไปด้วยบรรดาคนที่ไม่เคยรู้จักมีปอย น้องผู้หญิงสองคนที่ไม่ใส่รองเท้า สามคนพ่อแม่ลูกที่บ่นว่าตัวเองกำลังขาดสารอาหาร คุณป้าสามคนที่คุยกันมาตลอดทาง และหญิงชายอีกหลายคนที่ ต่างก็มุงหน้าสู่จุดหมายเดียวกัน หัวหน้าครอบครัวของสามพ่อแม่ลูกบอกกับพวกเราว่า เดี๋ยวผมจัดให้เอง โบกมันทุกคันแหละเดี๋ยวเราก็ถึงตลาดไทจนได้ พี่ชายคนนี้โบกได้รถกระบะคันหนึ่งที่กำลังจะเดินทางไปในเส้นทางที่เราไป เจ้าของรถบอกว่าไม่ได้เข้าตลาดนะแค่วิ่งผ่านเท่านั้น แหมแค่นี้ก็บุญหัวแล้วในช่วงเวลาแบบนี้จะเอาอะไรมากจะกี่ต่อๆก็ขอให้มันถึงเป็นใช้ได้</p>
<p>รถกระบะใจดีพาเรามาลงที่หน้าตลาดไทย ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามเราต้องเดินลุยน้ำข้ามคูขวางถนนเพื่อไปขึ้นรถสองแถวเข้าตลาดไทอีกทอดหนึ่ง น้องสาวไม่มีรองเท้าสองคนบอกว่า “พี่เดี๋ยวเรากลับพร้อมกันไหม เราแยกกันไปซื้อของแล้วเดี๋ยวเรามาเจอกันตรงนี้พี่เอาเบอร์มาเดี๋ยวเสร็จแล้วเราโทรหากันนะ” ปอยตกลงแลกเบอร์กับคนไม่มีรองเท้าแล้วแยกตัวไปกดเงินเพื่อซื้อของที่ต้องการ หมู ผัก น้ำหวาน น้ำพริกและหมูหยองฝากเพื่อนบ้าน ใจอยากซื้อไข่ไก่เข้าไปด้วยแต่กลัวจะทำมันแตกเดี๋ยวจะเสียดายของซะเปล่าๆ ดีใจที่ของที่ตลาดไทยังคงขายตามราคาปกติแม่ค้าไม่ขึ้นราคาตามจำนวนน้ำที่บุกรุก เว้นแต่ของแห้งบางชนิดเช่น กาแฟที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนอื่นแต่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของปอยซะเหลือเกินราคาขึ้นมาอีก5บาท ซึ่งไม่รู้มันจะขึ้นทำไมให้รวยเล่น</p>
<p>ซื้อของเสร็จยังไม่ทันเดินถึงจุดนัดพบดี น้องสาวไม่มีรองเท้าก็โทรมาตามบอกพี่อยู่ไหนหนูอยู่ตรงที่เรานัดกันแล้วนะ ปอยสารภาพความจริงกับน้องว่า พี่ซื้อเสร็จนานแล้วหละ ใกล้จะถึงแล้วมัวเดินวนอยู่2รอบหาที่นัดไม่เจอ ปอยสาวเท้าให้เร็วขึ้นด้วยเพราะไม่อยากให้ใครรอนาน 30เมตรจะถึงที่นัดหมาย น้องสาวไม่มีรองเท้าวิ่งมาตามแล้วบอกว่า พี่เร็วๆเข้ารถทหารมาพอดีเลยพี่ หูย&#8230;มาช้าอีกนิดปอยคงโดนทิ้งแล้วนะเนี่ย</p>
<p>น้องสาวไม่มีรองเท้าสองคนซื้อของกลับบ้านไปถุงเบ้อเริ่ม ถือกันคนละ2ถุงใหญ่ภายในบรรจุของกินที่จำเป็นหลายต่อหลายอย่าง แวบหนึ่งปอยเห็นถุงขนมทาโร่โผล่หน้ามาทักทาย<br />
“ทาโร่นี่จำเป็นต่อชีวิตด้วยเหรอเนี่ย”ปอยถาม<br />
“จำเป็นต่อเด็กๆน่ะพี่ ที่บ้านเด็กๆเยอะ”คนไม่มีรองเท้าว่าอย่างนั้น</p>
<p>รถทหารคันนี้มาส่งเราไม่ถึงครึ่งทางเพราะเขามีเป้าหมายคนละเส้นทางกับทางกลับบ้านของเรา เราโบกรถกันต่อที่หน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวง ยืนกันอยู่สักครู่มีรถ 6ล้อผ่านมา ถามได้ความว่าเขาจะวิ่งไปที่มอเตอร์เวย์ซึ่งเป็นทางที่เข้าใกล้บ้านเราไปทุกทีๆๆ เราขึ้น 6ล้อเพื่อลงที่ปากทางคลองสามใจคิดว่าเดี๋ยวค่อยไปโบกรถอื่นต่อเอาดาบหน้า พวกเราที่ไม่มีใครเคยรู้จักกันเลย หอบถุงสัมภาระของตัวเองวิ่งขึ้นวิ่งลง ผู้หญิงลงก่อนส่วนผู้ชายจะคอยส่งของให้อยู่บนรถ ถึงปากคลองสามยานพาหนะคันต่อมาของเรา อัพเกรดจาก 6ล้อเป็น 10ล้อแหมประสบภัยก็ยังอุตส่าห์มีการพัฒนาทางการเดินทางซะอีกด้วย เราปีนป่ายขึ้นมาบน 10ล้อกันอย่างทุกลักทุเล ด้วยเพราะว่ารถมันสูง เราจับจองที่นั่งกันตามแต่จะหาได้ใน 10ล้อนั้น น้องสาวไม่มีรองเท้าสองคนแยกไปนั่งตอนท้าย ปอยจับได้ที่นั่งตอนกลาง น้องสาวสองคนถึงที่หมายก่อนและไม่ทันได้ล่ำลากันด้วยว่าไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง เคยไหมที่เราจะมีเบอร์โทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้ที่เราไม่เคยรู้จักและเมมโมรี่เอาไว้ในโทรศัพท์ว่า เท้าเปล่า</p>
<p>ปอยกลับถึงบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการเดินทางไปตลาดไท ที่ใกล้แสนใกล้มันจะดึงแรงเราไปได้มากมายขนาดนี้ 6ชั่วโมงของการเดินทางไปกลับนี่มันเรื่องบ้าๆชัดๆ แต่การเดินทางครั้งนี้ทำให้ปอยได้คุยกับคนที่ไม่รู้จักได้เป็นชั่วโมงๆ เราส่งยิ้มให้กันได้กว้างที่สุดเท่าที่ชีวิตจะยิ้มกว้างได้ถึงแม้ว่ายิ้มของเราจะแฝงไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่เชื่อได้เลยว่า ยิ้มแต่ละแฉกที่ส่งให้กันเป็นยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่ปอยเคยได้รับและได้ให้มา อุทกภัยครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าสมัยก่อนบรรพบุรุษของเราทำไมถึงได้สามัคคีกันปกป้องบ้านเมืองนัก หลายคนอาจจะบอกว่าน้ำท่วมเกี่ยวอะไรกับที่บรรพบุรุษปกป้องบ้านเมือง </p>
<p>มันเกี่ยวกันก็ตรงที่ทั้งสองอย่างเป็นภัยคุกคามที่เราต่างต้องร่วมมือกันทั้งสิ้น บรรพบุรุษร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับอริราชศตรูเพื่อปกป้องบ้านเมือง ต่อให้เป็นเพื่อนบ้านที่ด่าทอกันเช้าเย็นแต่ถ้าภัยมาถึงตัวก็จำเป็นที่จะต้องพักรบระหว่างกันเอาไว้ก่อนเพื่อเก็บแรงเอาไว้รบกับศตรูตัวจริงที่ถาโถม</p>
<p>อุทกภัยครั้งนี้ก็เหมือนกัน มันเป็นศตรูที่ทรงอานุภาพร้ายแรงกว่าอะไรทั้งหมด เพราะมันแทรกซึมไปได้ทุกหัวระแหง เราจำต้องร่วมมือกันอย่างขยันขันแข็งพลังสามัคคีจะออกมากันมากมายก็ตอนนี้ และมันก็ได้ออกมาแล้ว มันนำพาคนที่ไม่รู้จักให้มารู้จักกันด้วยรอยยิ้ม แต่เสียดายที่อุทกภัยครั้งนี้เพียงแต่สร้างความสามัคคีให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างน่าภาคภูมิใจ แต่มันก็ยังไม่เก่งกาจพอที่จะสามารถสร้างความปรองดองให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศของเราได้ เขาเหล่านั้นยังคงปฏิบัติตนเช่นเดิม อนิจจาศึกครั้งนี้เราคงต้องปล่อยให้ข้าศึกอ่อนแรงลงไปเองเสียแล้วกระมัง ท่าปอยจะต้องยืนดูพี่น้ำแกหัวเราะเยาะเย้ยอีกเป็นนานแน่ๆ “ฮ่าๆๆๆสมน้ำหน้ามึงจริ๊งพวกกูยกทัพกันมาเป็นโขลง ผู้บริหารประเทศของพวกมึงยังเห่ากันในสภาอยู่เล๊ย” ดูข่าวแล้วเศร้า ปล่อยข้าวเม่าลงน้ำดีกว่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/544.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สีสันตะวันออก</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Mar 2011 12:08:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=512</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปอยได้มีโอกาสไปทำข่าวท่องเที่ยว งานนี้ไปในฐานะสื่อมวลชน เป็นตัวตายตัวแทนให้กับเพื่อนซี้เพื่อนรัก ตั้งแต่สมัยเรียน และมีทีท่าว่า จะได้แทนกันไปแทนกันมาอีกหลายต่อหลายงาน เรานัดรวมพลกันที่ ททท.สนง.ใหญ่ ในเช้าวันที่ 10มีนาคม ปอยตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพราะทีมงานนัด 6โมงครึ่ง … โอ้โหเช้าชิหาย…. การไปในครั้งนี้เป็นเป็นการสำรวจเส้นทาง ”เที่ยวเกาะใกล้กรุง” สีสัน…เที่ยวเกาะ ลัดเลาะอ่าวไทย เป็น 1ในโครงการ เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน เออก็ดีเว๊ย…ได้เที่ยวฟรีด้วย 3วัน 2คืน สบายแฮ รถตู้ออก7 โมง ถึงปากน้ำประแส จ.ระยอง ประมาณ 9โมงครึ่ง เรานั่งมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเพื่อชมทัศนียภาพของชุมชนประแส ซึ่งที่นี่เปิดเป็นโฮมสเตย์ ชื่อ ประแสโฮมสเตย์ ชาวบ้านที่นี่อัธยาศัยดีพูดคุยยิ้มแย้ม เล่านู่นชี้นี่ให้ดูอย่างสนุกสนาน หรือจะเป็นเพราะเค้ารู้ว่าเราเป็นสื่อมวลชน จะมาเขียนข่าวให้ชุมชนเค้าน่าเที่ยวเค้าเลยทำดีด้วย ก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูจากการแสดงออกแล้ว มันก็เป็นเสน่ห์ของคนต่างจังหวัดโดยทั่วไปนี่เอง ยิ้มแย้ม เป็นมิตร และมีน้ำใจ ที่อ.ประแส เขากำลังมีโครงการ อนุรักษ์บ้านเก่าริมน้ำประแส ซึ่งถ้าคนในชุมชนช่วยกัน มันก็ไม่น่าจะยากที่โครงการนี้จะสำเร็จ ไหนๆก็ทำเป็นโฮมสเตย์แล้วทั้งที รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างแบบที่ปอยนั่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปอยได้มีโอกาสไปทำข่าวท่องเที่ยว<br />
งานนี้ไปในฐานะสื่อมวลชน เป็นตัวตายตัวแทนให้กับเพื่อนซี้เพื่อนรัก ตั้งแต่สมัยเรียน<br />
และมีทีท่าว่า จะได้แทนกันไปแทนกันมาอีกหลายต่อหลายงาน<br />
<span id="more-512"></span><br />
เรานัดรวมพลกันที่ ททท.สนง.ใหญ่ ในเช้าวันที่ 10มีนาคม ปอยตื่นนอนตั้งแต่ตี 4<br />
เพราะทีมงานนัด 6โมงครึ่ง … โอ้โหเช้าชิหาย….<br />
การไปในครั้งนี้เป็นเป็นการสำรวจเส้นทาง ”เที่ยวเกาะใกล้กรุง”<br />
สีสัน…เที่ยวเกาะ ลัดเลาะอ่าวไทย</p>
<p>เป็น 1ในโครงการ เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน<br />
เออก็ดีเว๊ย…ได้เที่ยวฟรีด้วย 3วัน 2คืน สบายแฮ</p>
<p>รถตู้ออก7 โมง ถึงปากน้ำประแส จ.ระยอง ประมาณ 9โมงครึ่ง<br />
เรานั่งมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเพื่อชมทัศนียภาพของชุมชนประแส<br />
ซึ่งที่นี่เปิดเป็นโฮมสเตย์ ชื่อ ประแสโฮมสเตย์<br />
ชาวบ้านที่นี่อัธยาศัยดีพูดคุยยิ้มแย้ม เล่านู่นชี้นี่ให้ดูอย่างสนุกสนาน</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393185" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/8f/q_ong6798.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="q ong6798 สีสันตะวันออก " /></a></p>
<p>หรือจะเป็นเพราะเค้ารู้ว่าเราเป็นสื่อมวลชน จะมาเขียนข่าวให้ชุมชนเค้าน่าเที่ยวเค้าเลยทำดีด้วย ก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูจากการแสดงออกแล้ว มันก็เป็นเสน่ห์ของคนต่างจังหวัดโดยทั่วไปนี่เอง<br />
ยิ้มแย้ม เป็นมิตร และมีน้ำใจ</p>
<p>ที่อ.ประแส เขากำลังมีโครงการ อนุรักษ์บ้านเก่าริมน้ำประแส ซึ่งถ้าคนในชุมชนช่วยกัน<br />
มันก็ไม่น่าจะยากที่โครงการนี้จะสำเร็จ ไหนๆก็ทำเป็นโฮมสเตย์แล้วทั้งที<br />
รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างแบบที่ปอยนั่ง มีเยอะแยะเต็มพื้นที่ประแส เพราะชาวบ้านที่นี่<br />
นิยมนำรถมอเตอร์ไซค์มาทำแบบนี้ ถามได้ความว่า มีลูกเยอะทำแบบนี้ก็นั่งได้หลายคน<br />
แถมมีหลังคากันแดด ไม่ร้อน และยังประหยัดเงินอีกด้วย</p>
<p>แกงค์มอเตอร์ไซค์พาเรามาหยุดอยู่ที่ &#8220;ทุ่งโปรงทอง&#8221; สถานที่ๆเต็มไปด้วยพันธ์ไม้ป่าชายเลน<br />
ไม่ว่าจะเป็นโกงกาง ตาตุ่มทะเล เตยทะเล ลำพูทะเล</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22392939" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/ry/5_fuc2692.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="5 fuc2692 สีสันตะวันออก " /></a></p>
<p>ระหว่างทางที่เราเดินไปตามสะพานไม้ที่ชาวบ้านสร้างขึ้น เราจะได้ยินเสียงเป๊าะๆๆๆ ดังไปตลอดทาง ถามผู้นำชุมชนได้ความว่า มันเป็นเสียงของปูก้ามดาบ ซึ่งมีก้ามใหญ่ๆอยู่ข้างเดียว มันหนีบก้ามมันเพื่อโชว์ตัวเมีย อืม สัตว์แต่ละชนิดก็มีวิธีจีบสาวแตกต่างกันไปเนอะ</p>
<p>เดินผ่านป่าโกงกางมาเรื่อยๆ เราจะพบกับพันธ์ไม้นานาชนิด แต่ละชนิดมีสรรพคุณทางยา<br />
โดยเฉพาะต้นโกงกางที่เรารู้จักนี่แหละ โกงกางจะมีรากอ่อนที่ยังไม่ยาวลงมาถึงดิน<br />
ไอ้รากอ่อนตัวเนี้ย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันมีสรรพคุณเพิ่มกำลังวังชาของเพศชาย แกว่าเอารากตัวนี้มาต้มแล้วกินเอาแต่น้ำ คุณผู้ชายทั้งหลายจะฟิตปึ๋งฟิตปั๋ง คล้ายๆกับโด่เดี๋ยวก็ล้มรึเปล่าอันนี้ปอยก็ไม่แน่ใจนะ</p>
<p>เดินต่อมาเรื่อยๆ เราก็เริ่มเข้าเขตของ ทุ่งโปรงทอง เข้าไปทุกทีๆ<br />
แลเห็นทุ่งสีเขียวอ่อนๆอยู่ลิบๆ ทุ่งโปรงทอง จริงๆแล้วไม่มีต้นโปรงทองอยู่เลยสักต้น<br />
อ้าววว&#8230;ทำไมเป็นงั้น ก็เพราะทุ่งโปรงทองที่ว่า มันเต็มไปด้วยต้นโปรงขาว โปรงแดง<br />
ขึ้นเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น และลักษณะเฉพาะของมันก็คือ มันจะมีใบที่มีผิวมัน ซึ่งพอ<br />
กระทบกับแสงแดด จะทำให้ใบของมันมีสีคล้ายสีทอง เลยเป็นที่มาของคำว่าทุ่งโปรงทอง</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22392962" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/qq/k_fuc2708.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="k fuc2708 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>สังเกตุที่ใบของมันจะมีสีออกเหลืองทองซึ่งถ้าไม่โดนแดดมันจะไม่เป็นสีนี้</strong></p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393178" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/ka/i_ong6774.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="i ong6774 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>มันเป็นทุ่งจริงๆ มีเยอะมาก</strong></p>
<p>มันมีเยอะเป็นทุ่งๆและกำลังจะขยายพื้นที่ออกไปให้เต็มทุ่งมากกว่านี้อีก ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะขยาย แต่ธรรมชาติมันขยายของมันเอง เพราะต้นโปรงจะมีเมล็ดที่พร้อมจะหล่นอยู่เสมอๆ หลุ่นปุ๊ป มันก็ขึ้นปั๊ป ทำให้แต่ละต้นไม่โตเต็มที่ยืนเบียดเสียดแย่งที่กันจนเป็นทุ่งอย่างที่เห็น</p>
<p>จริงๆแล้วที่นี่เขาจะมีโปรแกรมล่องเรือชมหิ่งห้อยริมป่าชายเลนด้วยนะ แต่คณะของปอยไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมนั้นด้วย เนื่องจากเวลาจำกัดและยังมีอีกหลายที่ที่ยังต้องไปดูเพื่อเก็บข้อมูล</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22392995" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/t9/h_fuc2811.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="h fuc2811 สีสันตะวันออก " /></a></p>
<p>เหน็ดเหนื่อยจากการเดิน เดิี๊น เดิน บนสะพานที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้น ร่วม 1,000เมตร รอบป่าชายเลนเห่งนี้ สิงห์นักบิดประจำหมู่บ้าน ก็พาเราไปเที่ยวชมบ้านเก่าริมน้ำประแส<br />
ใกล้ๆกับประแสโฮมสเตย์ ที่คืนนี้เราไม่ได้จะแวะพัก</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393227" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/1b/n_ong6820.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="n ong6820 สีสันตะวันออก " /></a></p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393234" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/u7/6_ong6822.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="6 ong6822 สีสันตะวันออก " /></a></p>
<p>เพียงแต่มันเป็นทางผ่านที่เราจะไปขึ้นเรือ ที่ท่าเรือประแสเพื่อ ออกเดินทางไปดู พิพิธภัณฑ์เต่าทะเล ที่เกาะมันใน ปอยไม่ประทับใจกับพิพิธภัณฑ์นี้สักเท่าไหร่ เพราะมันร้อน<br />
นั่งเรือลำบิ๊กบึ้ม ไปจอดที่ท่าเรือของพิพิธภัณฑ์ แล้วเดินเข้าไปอีก ไม่ไกลสักเทาไหร่หรอก</p>
<p>แต่แดดมันร้อนทำให้ทางเดินมันยาวไกลมากกว่าที่ควรจะเป็น และปอยรู้อยู่แล้วว่าปอยต้องไปเจอกับอ่างใส่เต่า อ่างพ่อ-แม่พันธ์ อ่างอนุบาล ไปเจอเต่ายักษ์ที่สต๊าฟไว้ ไปเจอเซี่ยงจี๊เต่าที่ดองใส่โหลไว้ และต้องไปนั่งดูวีดีทัศน์บรรยายนู่นนี่ ต่างๆนาๆ<br />
เหมือนการไปพิพิธภัณฑ์ทั่วๆไป แล้วปอยก็ไปเจอแบบนั้นมาจริงๆ&#8230;ทำไมน๊อไอ้พิพิธภัณฑ์ทั้งหลายแหล่ที่มีอยู่ในประเทศเขาถึงไม่ยอมพัฒนา ให้มันมีอะไรน่าดูน่าชม มากกว่าที่ปอยพูดสักที&#8230;</p>
<p>ความใฝ่ฝันอีกอย่างหนึ่งของปอยคือ อยากให้เมืองไทยมีพิพิธภัณฑ์ที่ เด็กๆไม่สามารถเดาได้แบบว่า เข้าไปถึงแล้วตื่นเต้นจังอะไรเทือกนี้&#8230;มันจะมีมั๊ยน๊อก่อนโลกจะแตก</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393253" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/kc/r_ong6886.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="r ong6886 สีสันตะวันออก " /></a></p>
<p>หลังจากออกจากกระบะเต่า เรือนำเราเดินทางสู่เกาะมันกลาง เพื่อดำน้ำดูปะการัง แบบสน็อกเกิ้ล โอ้ว มายก็อดตื่นเต้นมาก ก้มหน้าลงไปมีแต่หิน หอยเม่น หอยมือเสือ และไอ้ปลาพวกนี้<br />
ปลาอะไรไม่รู้พอโยนเศษอาหารลงไป มันเหมือนตายอดตายอยากมาจากไหน กรูกันมากินๆๆ</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393251" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/57/b_ong6865.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="b ong6865 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>ปลาตะกละ</strong></p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393263" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/zh/x_ong6956.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="x ong6956 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>ชาวเรือจะนำทุ่นนำทางลงไปก่อน เราถึงจะลงดำได้</strong></p>
<p>ปอยเข้าใจว่าเค้ากำลังบุกเบิกและฟื้นฟูหมู่ปะการังแถวนี้ ในอนาคตข้างหน้าคงจะมีอะไรๆให้ดูให้ชมมากกว่านี้&#8230;แต่ตอนนี้ดูแค่นี้ไปก่อน หอยเม่นตัวบักเอ้ก 3ตัว หอยมือเสือสีฟ้าๆ 2ตัว ปลาตัวใสๆว่ายไปว่ายมา และปลาสีเหลืองที่จะมาก็ต่อเมื่อมีอาหารมาให้มันกิน</p>
<p>เพลิดเพลินไปกับการดูปะการังที่มีหินเยอะกว่าหอยแล้ว<br />
เราถ่ายคนจากเรือใหญ่ สู่เรือเล็กเพื่อจะไปขึ้นฝั่งที่เกาะมันกลาง คืนนี้เราจะนอนกันที่<br />
มันตราคีรี รีสอร์ท&#8230;สถานที่แห่งความประทับใจจริงๆของปอยในทริปนี้</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393013" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/j0/f_fuc2853.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="f fuc2853 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>ถ่ายคนจากเรือแบบนี้</strong></p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393073" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/v0/m_fuc3007.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="m fuc3007 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>มาลงเรือนี้</strong></p>
<p>ครั้งแรกที่เท้าสัมผัสผืนทรายที่มันตราคีรี ปอยก็ได้พบกับการต้อนรับที่แสนจะเป็นมิตร<br />
ของของพนักงานต้อนรับประจำเกาะ มันเป็นสุนัขพันธ์ชิสุ สามสี่ตัว วิ่งดิ๊กๆๆประกาศความเป็นหมาทะเลอย่างเต็มที่ ล้อมหน้าล้อมหลัง ส่งเสียงเห่าเหมือนกับจะบอกว่า &#8220;มากันแล้วเหรอๆ&#8221;</p>
<p>มันตราคีรี เป็นรีสอร์ทบนเกาะส่วนตัวที่เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อนเป็นหมู่คณะ เป็นคู่ เป็นครอบครัว หรือจะมาในรูปแบบไหนก็ได้ ทุกคนที่มาจะได้รับความเป็นส่วนตัวแบบชุ่มปอด<br />
นอนที่นี่ปอยนอนหลับสบายเป็นอย่างมาก และอิ่มแปร้ด้วยอาหารฝีมือคุณแหม่ม เจ้าของรีสอร์ท ขอบอกว่าคุณแหม่มแก พิถีพิถันกับการทำอาหารมาก เพราะอาหารทุกอย่าง สด สะอาด อร่อย ย้ำเลยนะว่าทุกอย่างอร่อยเหาะจริงๆ นี่ไม่ได้อวยเพราะปอยไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรทั้งสิ้น</p>
<p><a href="http://upic.me/show/22393096" target="_blank"><img border="0" src="http://upic.me/i/qb/y_fuc3012.jpg" title="สีสันตะวันออก " alt="y fuc3012 สีสันตะวันออก " /></a><br />
<strong>ผู้ชายใส่หมวกเป็นไกด์สำหรับทริปนี้</strong></p>
<p>โดยเฉพาะแกงส้มชะอมไข่ มันอร่อยแบบที่ เอ๊ะเครื่องแกงมันมีอะไรมั่งวะเนี่ย<br />
ทำไมอร๊อยอร่อย ปูสดๆ กุ้งตัวใหญ่ๆ เนื้อหวานรับประทานง่าย</p>
<p>อยากเห็นบรรยากาศรีสอร์ทเยอะๆตามไปดูได้ที่นี่ www.mantakiri.com </p>
<p>ปอยเดินชมรีสอร์ทแบบเพลินหูเพลินตา มันตราคีรีเป็นรีสอร์ทที่มีวิวธรรมชาติที่ได้เปรียบ<br />
ด้านหน้าเป็นวิวทะเลมุมกว้างสวยงาม หาดทรายขาวๆบวกกับน้ำใสๆ และการตกแต่งที่พักของรีสอร์ทที่น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม</p>
<p>ด้านหลังเป็นวิวโขดหินธรรมชาติ ที่ขึ้นสลับซับซ้อน เรียงรายเป็นจังหวะจะโคลน<br />
รวมตัวกันเป็นองค์ประกอบที่สวยงามน่ามอง ีมุพักผ่อนที่ใครเห็นใครก็อยากนอน ว่างั้นเถอะ<br />
ปอยนั่งๆนอนๆเดินผึ่งพุงไปเรื่อยๆคุณแหม่มเจ้าของรีสอร์ทบอกว่า อย่าเพิ่งนอนนะ เดี๋ยวมีกล้วยหอมทอดให้กินก่อนนอน</p>
<p>อุ๊ย เป็นไงน๊ากล้วยหอมทอด อยากกินๆ พอได้กินเข้าจริงๆปอยนึกเสียดายที่ ทำไมตอนเค้ามาเสิร์ฟปอยไม่หยิบมาซัก2จาน เสียดายจริงเพราะมันหอมหวานรับประทานง่าย อีกแล้ว</p>
<p>เห็นอาหารที่เค้าจัดให้เราทานเป็นอาหารที่อร่อยทุกอย่าง ทำให้นึกสงสัยว่า เอ๊ะที่เราได้กินดีอยู่ดีขนาดนี้ เพราะเราเป็นสื่อฯรึเปล่านะ สอบถามได้ความว่า นี่เป็นเมนูที่อยู่ในแพ็คเก็จปกติของทางรีสอร์ทอยู่แล้ว ลูกค้าที่ซื้อแพ็คเก็จมาเที่ยวที่นี่ ได้ทานแบบนี้ทุกคน&#8230;อืม เข้าท่าแฮะ</p>
<p>ปอยเสียดายมากๆตรงที่ การมาในครั้งนี้ไม่ใช่การมาเที่ยวแบบเต็มรูปแบบ<br />
เป็นการมาเที่ยวกึ่งทำงาน เลยไม่ได้หายใจหายคอสักเท่าไหร่ คิดเอาไว้ว่าถ้าชีวิตกลับเป็นปกติเมื่อไหร่ จะเก็บกระเป๋ามานอนที่นี่สักคืนสองคืนให้ชุ่มปอด เอาให้ลืมโลกที่วุ่นวายกันไปเลย</p>
<p>ซึ่งปอยจะพาไปชมในตอนต่อไปค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนใจเพชร</title>
		<link>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2011 12:24:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>poyalin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมุดเปล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.poyalin.com/?p=499</guid>
		<description><![CDATA[ปอยได้มีโอกาสไปงานฌาปนกิจศพคุณพ่อของเจ๊กุ้งภรรยาคนสวยคนงามของลุงวู๊ด ที่วัดท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี คนแถวนั้นเค้าเรียกการเผาศพว่า &#8220;จุดศพ&#8221; การไปครั้งนี้ปอยได้รับมอบหมายให้เขียนคำไว้อาลัยแด่คุณพ่อที่ล่วงลับ และเป็นคนอ่านคำไว้อาลัยให้&#8230;. งานนี้ทำเอาญาติพี่น้องร้องห่มร้องไห้รวมไปถึงชาวบ้านที่มาร่วมงาน &#8230;&#8230; ตอนแรกที่ปอยรับปากลุงวู๊ดไปปอยก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่างานเผาพ่อเจ๊ทั้งที ยังไงซะก็ต้องหาทางไปให้ได้ เพราะเคารพนับถือเจ๊อยู่มากก็เจ๊แกดีแสนดี ดีจนคิดเอาเองว่าตอนเจ๊แกตกลงปลงใจเลือกลุงเป็นแฟน แกคงโดนมอมยาแน่ๆ แต่พอหันมาดูวันที่อีกที วันที่ 26 มีนาคม อ๊าววว&#8230;วันเกิดกูนี่หว่า เอาอีกแล้วไง วัวข้างบ้านญาติลุงวู๊ด วันเกิดทีไรไม่ได้ฉลองในที่ๆควรฉลองสักที จะมีถูกกาละเทศะก็ตอนที่ ฉลองคู่กันกับแต๊กที่บ้านต้นซุงเมื่อ 4ปีที่แล้วโน่น หลังจากนั้นก็ ฉลองตามโรงพยาบาลมาตลอด มาปีนี้ไ่ม่ได้เข้าโรงพยาบาลก็ดันไปวัดแถมเป็นงานศพอีก เออดี ปีนี้เฮงแน่นอน ปอยไม่ถือค่ะเรื่องแบบนี้ แต่แปลกใจว่า มันอะไรของปอยกันนักหนาวะเนี่ย งานพ่อเจ๊ ปอยก็ไม่ได้เขียนเรียกน้ำตาอะไรนักหรอก แต่ประวัติและชีวิตของแกมันโดนเอง พ่อเจ๊กุ้ง เป็นชาวสวนที่ลำบากลำบนมาแต่เล็ก ยอมทำทุกอย่างทุกทางเพื่อลูกเมียจะได้สบาย ขยัน ไ่่ม่อยู่เฉย มานะมากมายจนมีฐานะร่ำรวยขึ้นมาได้ ก่อนตายยังเรียกแม่มากอด แล้วบอกว่า &#8220;พ่อรักแม่นะ&#8221; ปอยเขียนเอง ยังซึ้งเอง ปอยถือว่านี่เป็นตัวอย่างของบุคคลที่น่าชื่นชม ซึ่งมีให้เห็นอยู่ดาษดื่น เกลื่อนเมืิองเพชร ปอยเดินไปทางไหน ก็เจอแต่ชาวสวนๆๆ ทุกคนขยันทำงาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปอยได้มีโอกาสไปงานฌาปนกิจศพคุณพ่อของเจ๊กุ้งภรรยาคนสวยคนงามของลุงวู๊ด<br />
ที่วัดท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี คนแถวนั้นเค้าเรียกการเผาศพว่า &#8220;จุดศพ&#8221;<br />
การไปครั้งนี้ปอยได้รับมอบหมายให้เขียนคำไว้อาลัยแด่คุณพ่อที่ล่วงลับ<br />
และเป็นคนอ่านคำไว้อาลัยให้&#8230;.<br />
งานนี้ทำเอาญาติพี่น้องร้องห่มร้องไห้รวมไปถึงชาวบ้านที่มาร่วมงาน &#8230;&#8230;<br />
<span id="more-499"></span></p>
<p>ตอนแรกที่ปอยรับปากลุงวู๊ดไปปอยก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่างานเผาพ่อเจ๊ทั้งที<br />
ยังไงซะก็ต้องหาทางไปให้ได้ เพราะเคารพนับถือเจ๊อยู่มากก็เจ๊แกดีแสนดี<br />
ดีจนคิดเอาเองว่าตอนเจ๊แกตกลงปลงใจเลือกลุงเป็นแฟน แกคงโดนมอมยาแน่ๆ แต่พอหันมาดูวันที่อีกที วันที่ 26 มีนาคม อ๊าววว&#8230;วันเกิดกูนี่หว่า เอาอีกแล้วไง</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01053.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01053.jpg" border="0" alt="DSC01053 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a><br />
<strong>วัวข้างบ้านญาติลุงวู๊ด</strong></p>
<p>วันเกิดทีไรไม่ได้ฉลองในที่ๆควรฉลองสักที จะมีถูกกาละเทศะก็ตอนที่<br />
ฉลองคู่กันกับแต๊กที่บ้านต้นซุงเมื่อ 4ปีที่แล้วโน่น หลังจากนั้นก็ ฉลองตามโรงพยาบาลมาตลอด มาปีนี้ไ่ม่ได้เข้าโรงพยาบาลก็ดันไปวัดแถมเป็นงานศพอีก เออดี ปีนี้เฮงแน่นอน<br />
ปอยไม่ถือค่ะเรื่องแบบนี้ แต่แปลกใจว่า มันอะไรของปอยกันนักหนาวะเนี่ย </p>
<p>งานพ่อเจ๊ ปอยก็ไม่ได้เขียนเรียกน้ำตาอะไรนักหรอก แต่ประวัติและชีวิตของแกมันโดนเอง<br />
พ่อเจ๊กุ้ง เป็นชาวสวนที่ลำบากลำบนมาแต่เล็ก ยอมทำทุกอย่างทุกทางเพื่อลูกเมียจะได้สบาย<br />
ขยัน ไ่่ม่อยู่เฉย มานะมากมายจนมีฐานะร่ำรวยขึ้นมาได้<br />
ก่อนตายยังเรียกแม่มากอด แล้วบอกว่า &#8220;พ่อรักแม่นะ&#8221; ปอยเขียนเอง ยังซึ้งเอง</p>
<p>ปอยถือว่านี่เป็นตัวอย่างของบุคคลที่น่าชื่นชม ซึ่งมีให้เห็นอยู่ดาษดื่น เกลื่อนเมืิองเพชร<br />
ปอยเดินไปทางไหน ก็เจอแต่ชาวสวนๆๆ ทุกคนขยันทำงาน<br />
บางคนรวยแล้วบางคนกำลังรอความรวย&#8230;และที่แน่ๆไม่มีใครเดินหน้าบึ้งสักคน<br />
ส่งเสียงทักทายกันเหน่อไปเหน่อมา เหน่อแบบแปลกๆ ฟังดูก็น่ารักดี</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01050.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01050.jpg" border="0" alt="DSC01050 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a><br />
<strong>จักรยานบ้านฝั่งตรงข้าม</strong></p>
<p>ประเพณีการจุดศพของที่นี่ ยังคงทำตามวิถีเดิม<br />
มีการเก็บศพผู้เสียชีวิตที่อายุมากๆไว้ 100วันก่อนที่จะนำออกมาเผา<br />
มีการจุดดอกไม้ไฟ จุดพลุแสงสีก่อนวันเผา ถ้าเป็นสมัยก่อน เจ้าภาพจะจัดให้มีมโหรสพ<br />
แล้วจุดดอกไม้ไฟเวลาเที่ยงคืน แต่งานนี้ไม่ีมีมโหรสพ<br />
ดอกไม้ไฟจึงจุดซะเลยตั้งแต่หลังพระสวดเสร็จ..ทำเอาเด็กๆร้องวู้ๆว๊าวๆกันเป็นแถว</p>
<p>งานจุดศพจัดที่วัดท่าคอย&#8230;วัดที่น่าภาคภูมิใจของชาวท่ายาง<br />
เพราะมีโบสถ์และหอระฆัง ที่งดงามเก่าแก่ และได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร ตั้งแต่ปี2526</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01063.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01063.jpg" border="0" alt="DSC01063 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a></p>
<p>ว้าว&#8230;น่าภูมิใจเป็นอย่างมาก &#8230; แต่ มันเป็นความภาคภูมิใจที่เอาไว้แค่คุยอวดเท่านั้นในความคิดปอย ปอยเข้าใจว่าชาวบ้านเขาภูิมิใจในสิ่งที่ตนมี แต่อีกสิ่งที่ควรมีควบคู่ไปด้วยคือ ความรู้ความเข้าใจในการรักษาสมบัติล้ำค่า</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01062.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01062.jpg" border="0" alt="DSC01062 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a></p>
<p>รู้จักวิธีที่จะดูแลโบราณสถาน อย่าว่าแต่ที่ท่ายางเลย ปอยว่าโบราณสถานทั่วประเทศนี่แหละ<br />
ปอยเห็นมันก็ผุเก่า ไปตามกาลเวลา ขาดการดูแลเอาใจใส่<br />
ปล่อยให้หมามาขี้มั่ง เอาขยะมาพิงมั่ง ให้เด็กวิ่งเล่นขึ้นไปมั่ง &#8230; อะไรวะ งงเต็ก</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01057.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01057.jpg" border="0" alt="DSC01057 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a></p>
<p>ไอ้กรมศิลปากรที่มาขึ้นทะเบียน ปอยก็ไม่รู้ว่ามันจะมาขึ้นทะเบียนไปทำงิ้วอะไร<br />
ขึ้นทะเบียนแล้วก็ปักป้าย ว่านี่ขึ้นทะเบียนแล้วนะ อืมรู้แล้ว แล้วไงต่อล่ะ<br />
ขึ้นทะเบียนแล้วทำอะไรต่อไป ก็ปล่อยให้ญ์ยืนเหงาขาดการดูแล<br />
ปอยมองว่าสมบัติล้ำค่าแบบนี้ ทำไมเค้าปล่อยให้พื้นที่สกปรกไม่น่าดูได้ขนาดนี้</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01060.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01060.jpg" border="0" alt="DSC01060 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a></p>
<p>มองไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอำเภอท่ายาง ทำไมไม่จัดเจ้าหน้าที่มาดูแล ทำควาสะอาด<br />
หรือทำการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ให้ชาวบ้านทราบถึงความสำคัญของสิ่งที่ตนมีให้มากขึ้น<br />
เมื่อเค้ารัก เค้าหวง เค้าก็จะช่วยกันดูแล ปอยคุยกับชาวบ้านที่นั่นหลายคน<br />
จับใจความได้ว่า ทุกคนรู้ว่าตัวเองมีโบราณสถานเก่าแก่อยู่กับตัว ทุกคนรู้ว่ามันสร้างมาตั้งแค่สมัยอยุธยา ทุกคนรู้ว่า &#8220;ขึ้นทะเบียนกรมศิลฯ&#8221; เชียวนะ ถามว่าแล้วมีใครมาดูแลมั๊ยคะ<br />
ป้าคนหนึ่งบอกว่า มีเค้าก็มีการจัดงานบุญทำพิธีนู่นนี่อยู่นะ แหง่ววว&#8230;</p>
<p>ไม่ช๊ายยย&#8230;&#8230;.. ปอยหมายถึงดูแลให้มันอยู่ในสภาพที่ดีๆไม่มีคนมักง่ายเอานู่นเอานี่มาพิงแบบนี้อ่ะป้า&#8230;ป้าไม่เข้าใจหนูเลย</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=DSC01066.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/DSC01066.jpg" border="0" alt="DSC01066 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a></p>
<p>จะโทษกรมศิลฯก็ไม่ถูกเพราะเค้าไม่เห็น จะว่าชาวบ้านก็ไม่ได้เพราะเค้าไม่รู้<br />
ฮ๊ายยย&#8230;เห็นขยะอยู่รอบๆหอระฆังแล้วมันหงุดหงิดจริงๆ ให้ตาย</p>
<p>ปอยไปท่ายางตั้งแต่วันที่ 24 กว่าจะกลับก็27 กินนู่นกินนี่ ดูนั่นดูนี่ไปตามประสา<br />
แล้วก็รู้มาว่า เืมืองเพชรบุรีเป็นเมืองที่เห็นแก่ตัว จากปากคนเพชรเอง<br />
เพราะที่นี่มีเขื่อนเก็บกักน้ำของตัวเองที่เอาไว้ใช้คนเดียว<br />
มีต้นน้ำของตัวเอง ที่ไหลออกมาให้ชาวเพชรบุรีได้ใช้กันอย่างอิ่มหนำ<br />
แล้วไหลลงทะเลออกสู่อ่าวไทยไปเลย..ฮะฮ่า..ของกู กูใช้คนเดียวไม่เผื่อชาวบ้าน</p>
<p>แต่&#8230;น้ำใจคนเมืองเพชรฯกว้างขวางเกินอ่าวไทย<br />
ขากลับมานี่ปอยได้มะนาวมาถุงใหญ่ จากญาติผู้ใหญ่ของเจ๊กุ้ง<br />
ตอนอยู่ก็กินอยู่อย่างอิ่มหนำ จนขี้แล้วขี้อีก<br />
ทำให้นึกไปถึงเฒ่าทรนงแห่งลำน้ำเพชรที่ชื่อปู่เย็น &#8230; แต่ถ้าปู่เย็นยังอยู่ถึงตอนนี้<br />
ปู่คงน้ำตาเล็ดเพราะลำน้ำเพชรเหือดแห้งลงไปเยอะเหลือเกิน</p>
<p>ปอยไ่่ม่แปลกใจเลยว่าทำไมปู่เย็นแกถึงเป็นคนแบบนั้น ปอยว่ามันคงจะเป็นด้วยวิถีชีวิต<br />
ของคนทีนี่ทำให้แกเป็นซะมากกว่า เพราะผู้เฒ่าผู้แก่ รวมไปถึงเด็กๆรุ่นลูกรุ่นหลาน<br />
ที่ยังใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองเพชร ดูจะเป็นคนสู้ชีวิตอยู่ไม่น้อยไม่มีใครกลัวการเริ่มต้น<br />
ทุกคนล้มแล้วรู้จักที่จะลุก..และไม่กลัวที่จะต้องลุกอีกสักครั้งเมื่อล้มลง</p>
<p>ผิดกับกรุงเทพมหานครฯ ที่มีคนล้มแล้วนอนอยู่เกลื่อนกลาด<br />
หรือว่าเมืองมันเจริญมากไปจนทำให้ผู้คนแย่งกันกิน แย่งกันหายใจจนเหน็ดเหนื่อย<br />
ก่อนที่ปอยจะไปท่ายาง ปอยจำเป็นต้องไปประชุมงานใหม่ที่รับมาทำกับเพื่อนสนิท<br />
เป็นงานในช่วงสั้นๆที่จะทำถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ต้องวางมือจากการวาดรูปของคุณป๋อที่ค้างอยู่ชั่วขณะ เพื่อไปรับบรีฟงานใหม่&#8230;ขากลับปอยนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ</p>
<p>เดินออกมาที่ทางออกด้านราชวิถี เจอกับป้ายประกาศที่ติดอยู่ที่เสาป้ายหนึ่ง เกี่ยวกับงานแสดงศิลปของศิลปินชาวฝรั่งเศษที่จะมีขึ้นที่&#8230;???&#8230;ที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้แฮะ<br />
ปอยสนใจงานนี้และอยากไปดูไปชม แต่ยืนอ่านรายละเอียดยังไม่ทั่วถึง ก็มีเสียงๆหนึ่ง<br />
เปล่งออกมาด้วยความโมโหสุดขีดว่า</p>
<p><strong>ที่อื่นไม่มีให้ไปยืนแล้วรึไงวะแม่ง เสือกจะต้องมายืนอ่านตรงนี้ด้วย</strong></p>
<p>อ้าวววว&#8230;กูผิดตรงไหนวะเนี่ย<br />
ขอทานชายคนหนึ่ง ไว้ผมทรงตี๋ใหญ่ ใส่เสื้อแขนกุดสีขาว แขนขวาพิการแต่ใส่แขนเทียมพลาสติก มีมือเป็นคีมหนีบเงาวับ ที่ต้นแขนเทียมข้างนั้น ติดสติ๊กเกอร์รูปคาราบาว<br />
นั้งก้มหน้าพนมมือขอเศษเงินจากคนเดินเท้าอยู่ที่หน้าป้ายประกาศที่ปอยยืนอ่านอยู่</p>
<p>ปอยยืนอ่านอยู่ข้างๆเขา ห่างประมาณ 1เมตร<br />
ปอยนึกในใจ ไม่ให้กูยืนตรงนี้แล้วจะให้กูไปยืนที่ขอบป้ายเลยรึไงวะ</p>
<p>หน้าตาเค้าเอาเรื่องมาก อยู่ๆมันจะมาโกรธปอยทำไมเนี่ยไม่เข้าใจ<br />
ไม่ได้ไปยืนปิดปากขันของมันซะหน่อย&#8230;ไอ้ฝัด<br />
ปอยหันไปมองด้วยสายตาแสนงง ไม่เข้าใจทำไมอยู่ๆโดนขอทานด่า และเดินห่างออกไป<br />
ด้วยคิดว่าอย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า ท่ามันจะมีเชื้อบ้าด้วย</p>
<p>แล้วปอยก็คิดถูกไปแล้วครึ่งนึง ขอทานคนนั้นลุกออกจากที่ด้วยอารมณ์บูดๆ หงุดหงิดสุดฤิทธิ์<br />
หยิบขัน หยิบกระเป๋า เดินอ้อมไปหลังป้าย หยิบเสื้อเชิ๊ตสีบลูยีนส์มาสวมทับ<br />
ปากก็พร่ำบ่นถึงเรื่องที่ปอยไปยืนตรงนั้น แล้วก็ด่าๆๆ <strong>อีตอแหลเอ๊ย</strong></p>
<p>อ๊าววว&#8230;กูยืนอ่านป้ายนี่กูตอแหลตรงไหนเนี่ย งงเช็ดๆ</p>
<p>มันด่าไปก็อารมณ์ขึ้นไป หน้าตามันเริ่มเอาเรื่องขึ้นเรื่อยๆ<br />
แล้้วเดินลิ่วๆๆตามปอยมา&#8230;ว๊ายๆๆๆ ปอยนึกในใจ<br />
ท่าปอยจะมาตายเพราะโดนขอทานกระทืบก็งานนี้&#8230;น่ากลัววุ๊ย<br />
ปอยรีบเดินให้เร็วกว่าเก่า หนีขอทาน แวบหลบข้างเสาป้ายรถเมล์ดูซิมันตามมามั๊ย</p>
<p>มาเว๊ยเฮ๊ย!!!&#8230;มึงจะจองเวรอะไรกะกูนักหนาเนี่ยกูแค่มายืนอ่านป้าย</p>
<p>ไอ้ขอทานเชี่ยนี่มันเป็นบ้าไรเนี่ย จากเดินเร็วๆปอยเปลี่ยนเป็นวิ่ง<br />
วิ่งๆๆๆๆ รีบไปให้ถึงคิวรถตู้ให้เร็วที่สุด ไปต่อแถวซะจะได้อยู่กับคนเยอะๆ<br />
ใจก็เต้นตักๆๆๆ กลัวขอทาน แม่มเอ๊ยเกิดมามีแต่สงสารขอทานมาตลอด<br />
เพิ่งมีความรู้สึกเกลียดกลัวขอทานก็วันเนี้ย&#8230;นอกจากมันจะไม่ทำมาหากิน งอมืองอเท้าแล้ว</p>
<p>มันยังบ้าด้วย มันไม่ได้เป็นอะไรมากเลยนะนอกจากใส่แขนเทียม<br />
ซึ่งไอ้แขนแบบเนี้ยเพื่อนปอยที่เรียนมาด้วยกันมันก็ใส่<br />
ทุกวันนี้ก็ทำงานทำการมีหน้ามีตา ไม่ได้น้อยหน้าคนมีสองแขนซะเมื่อไหร่</p>
<p>ไอ้บ้านี่สู้ไม่ได้เลยกับคนพิการที่ประกวด(Thailand’s Got Talent)<br />
หรือคนพิการที่ปอยไปเจอมาที่ จ.ระยอง ในคราวที่ปอยต้องไปทำข่าวท่องเที่ยว<br />
ให้กับเวปไซต์ สะดุดตา.คอม<br />
(ตามไปอ่านกันได้นะตอนนี้ลงหน้า 1อยู่ มีรูปปอยด้วย หัวข้อข่าวเที่ยวเกาะใก้ลกรุง)</p>
<p>ชายพิการที่ว่า แกชื่อพี่สาคร เอมสมบูรณ์<br />
พี่แกเป็นผู้นำกลุ่มคนพิการอยู่ที่ &#8230;&#8230;&#8230;<br />
ศูนย์การเรียนรู้สู่คนพิการและครอบครัว แพะ-แกะ ตามแนวพระราชดำริเศษฐกิจพอเพียง</p>
<p><a href="http://s343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/?action=view&amp;current=_ONG8734.jpg" target="_blank"><img src="http://i343.photobucket.com/albums/o448/poyalin/_ONG8734.jpg" border="0" alt=" ONG8734 คนใจเพชร"  title="คนใจเพชร" /></a></p>
<p>แกไปรับพ่อพันธ์ แม่พันธ์มาจากกรมปศุสัตว์ แล้วเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสหรือคนพิการ<br />
มายืมพ่อพันธ์ แม่พันธ์ ไปเลี้ยงเพื่อก่อรายได้ พอพ่อ-แม่พันธ์ให้ลูกจนเพียงพอแล้วก็ให้นำพ่อ-แม่พันธ์ที่ยืมไปส่งคืนศูนย์&#8230;ศูนย์ไม่คิดเงินเลยสักบาทเดียว</p>
<p>พี่สาครแกเป็นชายพิการขาขาด 1ข้าง แต่ใจสู้ แกบอกว่าที่แกริเริ่มทำแบบนี้<br />
เพราะแกไม่อยากเป็นภาระสังคม ไมอยากให้ใครมองว่าคนพิการทำอะไรไม่ได้<br />
แกอยากมีที่ยืนอย่างภาคภูมิในสังคมนี้ และอยากช่วยเหลือคนพิการด้วยกัน ให้มีอาชีพสุจริต เชิดหน้าได้เหมือนคนปกติธรรมดาทั่วๆไป แถมเร็วๆนี้แกมีโครงการจะเอาม้ามาเลี้ยง<br />
เพื่อทำโครงการอาชาบำบัดอีกด้วย&#8230;</p>
<p>โอ้ว หัวใจแบบนี้สิน่ากราบ</p>
<p>ใครไปเที่ยวระยองก็แวะเที่ยวแวะชมฟาร์มแพะ-แกะ ของพี่สาครแกได้<br />
มีสตุ้งสตางค์ ก็แบ่งๆมาบริจาคให้แกมั่ง แกจะได้มีทุนไว้พัฒนาฟาร์มให้น่าเที่ยวกว่านี้<br />
ปอยชื่นใจตรงที่แกเดินมาต้อนรับด้วยหน้าตายิ้มแย้ม เป็นยิ้มที่เห็นแล้วรู้เลยว่า<br />
เจ้าของยิ้มดีใจมากที่เรามา เห็นแล้วมีความสุขอยู่ในอก</p>
<p>คนเรานะคะ ไม่งอมืองอเท้าคุดคู้อยู่แต่ในกะลามีรูซะอย่าง<br />
อะไรๆในโลกนี้ก็สามารถเป็นไปได้ ถ้าเราตั้งใจจริง</p>
<p>อยู่ให้เขารัก จากให้เขาเสียดาย ตายให้เขาคิดถึง<br />
จะมีสักกี่คนที่ทำได้อย่างประโยคที่ว่านี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.poyalin.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

